“บิ๊กตู่” อารมณ์ดีถกครม.พบเด็กเก่งคณิต ปล่อยมุขบอกมาช่วยดูเงินคงคลังรัฐบ้าง

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง กรมการศาสนา และองค์กรเครือข่ายทางศาสนา นำคณะจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา 2560 โดยมอบบัตรอวยพรมาฆบูชา หนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับวันมาฆบูชา พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีลงชื่อในบัตรอวยพร มาฆบูชา 2560 เพื่อมอบให้กับประชาชน โดยนายกฯได้รับชมการขับร้องเพลงมาฆบูชาจากนักเรียนโรงเรียนเผดิมศึกษา และการสวดโอ้เอ้วิหารราย จากนักเรียนโรงเรียนวัดสุทัศน์ 

จากนั้น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นฐาน (สพฐ.) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและกีฬา ตลอดจนผู้แทนนักเรียนไทยไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความสามารถในด้านต่างๆ

โดยนายกฯได้ทบสอบความรู้ของนักเรียนที่เป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ รับการทักทายและแนะนำจังหวัดของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวติดตลกว่า “วันหลังมาช่วยบวก ลบ คูณ หาร เงินคงคลังให้ลุงบ้าง” เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆ เป็นอย่างมาก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การศึกษาของเราวันนี้มีคนเก่งอยู่มาก แต่ยังขาดจินตนาการ ทำให้คิดเองไม่ได้และเชื่อคนง่าย ถูกชักจูง อย่างไรก็ตาม ต้องจัดให้เด็กอยู่ในระเบียบและวินัย ไม่ใช่เก่งอย่างเดียว แต่เก่งแล้วต้องทำงานให้ได้ด้วย ต้องนำความเก่งนั้นมาสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่เก่งเพียงวิชาการ อย่างที่เด็กที่ไปแข่งขันทางวิชาการก็ไม่ได้นำไปใช้ แต่ขอให้สร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์ในสมอง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ถามนักเรียนที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งได้รับคำตอบว่าอยากเป็นครู จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวชื่นชมว่า อยากให้คนที่เรียนเก่งมาเป็นครูให้มากขึ้น เพราะประเทศชาติจะได้มีความเจริญก้าวหน้า รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงต้องปรับทั้งครู ทั้งการดูแลเรื่องที่พักอาศัยของครู หลักสูตร การประเมินผลภายในและภายนอก และวันนี้ยังเน้นเรื่องของการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยสอนให้ทุกคนเข้าถึง เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนขึ้นประชุมยังตึกบัญชาการ 1 เด็กๆ ที่มาร่วมรณรงค์กิจกรรมได้ยืนต่อคิว เพื่อขอลายเซ็นจากนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯเซ็นกำกับชื่อว่า “ดีใจ เป็นกำลังใจ”

ที่มา:khaosod