ไฟลามเมืองญี่ปุ่นเช้าถึงเย็น ต้องส่งกำลังทหารนับร้อยช่วยควบคุมเพลิง

          เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 22 ธ.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองอิโตอิงะวะ จังหวัดนิอิงาตะ เมืองชายฝั่งทางเหนือของญี่ปุ่น ไฟลุกลามเผาผลาญอาคารกว่าร้อยหลัง จนทางการญี่ปุ่นต้องส่งทหารเข้าไปช่วยควบคุมเพลิง  เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 10.28 น. ที่ร้านอาหารจีน จากนั้นหน่วยดับเพลิงส่งรถดับเพลิงไปยังบริเวณที่เกิดเหตุอย่างน้อย 17 คัน แต่ยังควบคุมเพลิงยากมากเนื่องจากกระแสลมแรง ท้องฟ้ามืดมิดควันตลบเมือง ทั้งที่เป็นช่วงเวลากลางวัน กระทั่งนายริวอิจิ โยเนะยามะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนิอิงาตะขอกำลังทหารเข้าไปช่วย จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ทหาร 155 นาย พร้อมพาหนะ 25 คันเดินทางไปถึงเมืองอิโตอิงะวะ ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้

           ในช่วงบ่ายไฟยังคงลุกลามจนไหม้บ้านเรือนกว่า 140 หลัง เป็นทั้งที่พักอาศัยและร้านค้า เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้าน 65 คนย้ายไปอยู่อาคารหอประชุมใกล้ศาลาว่าการเมือง พร้อมแนะนำให้อีก 586 คนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย กระทั่งช่วงเย็นในเวลา 18.00 น. นักผจญเพลิงและทหารเริ่มควบคุมบริเวณเพลิงได้ แต่กระแสลม 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังคงทำให้วิตก อย่างไรก็ตาม แม้ไฟจะลุกลามดูน่ากลัว แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายถึงชีวิต พบผู้บาดเจ็บเป็นสตรี 2 คน คนหนึ่งสำลักควัน อีกคนถูกเจ้าหน้าที่ตกจากที่สูงลงไปโดนศีรษะ

Smoke rises as firefighters control a blaze that engulfed multiple buildings at Itoigawa city, Niigata prefecture on December 22, 2016. A rapidly-spreading fire engulfed more than 100 buildings and sparked evacuations in a northern Japanese city on December 22, leaving two injured and forcing authorities to mobilise troops. / AFP PHOTO / JIJI PRESS / JIJI PRESS / Japan OUT
Firefighters control a blaze that engulfed multiple buildings at Itoigawa city, Niigata prefecture on December 22, 2016. A rapidly-spreading fire engulfed more than 100 buildings and sparked evacuations in a northern Japanese city on December 22, leaving two injured and forcing authorities to mobilise troops. / AFP PHOTO / JIJI PRESS / JIJI PRESS / Japan OUT

ทีมา:khaosod

Dong Dali นักฟันดาบจีนหนุ่มสุดฮอต หล่อตี๋โดนใจสาว ๆ ทั่วประเทศ !

Dong Dali

          ตงต้าลี่ (Dong Dali) นักกีฬาฟันดาบชาวจีน ทำเอาสาว ๆ ทั่วเอเชียฟินกันหนักมาก หล่อตี๋ ขาวใส เห็นแล้วสดชื่น แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ค่อยมีมหกรรมกีฬาใหญ่ ๆ ให้แฟนกีฬาได้ติดตามกันสักเท่าไร แต่ขอบอกเลยว่าแฮชแท็กสุดฮอตในหมู่แฟนคลับกีฬาสาว ๆ อย่าง #นักกีฬาหล่อบอกด้วย กลับมีมาให้เห็นกันอยู่เรื่อย ๆ โดยวันนี้เราจะพาไปรู้จักนักกีฬาหนุ่มรูปหล่อชาวจีนรายหนึ่งที่ชาวเน็ตยกให้เป็น #ของดีเมืองจีน เลยทีเดียว !

Dong Dali

          หนุ่มจีนที่เราพูดถึงนี้ก็คือ ตงต้าลี่ นักกีฬาฟันดาบวัย 23 ปี มาพร้อมส่วนสูงถึง 192 เซนติเมตร เรียกได้ว่าสูงยาวเข่าดี ถ้าไม่บอกว่าเป็นนักกีฬาละก็ เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนคงต้องคิดว่าหนุ่มรายนี้เป็นนายแบบแน่นอน เพราะหน้าตาก็หล่อ รูปร่างก็ดี มองมุมไหนก็ดีต่อใจไปหมด ซึ่งเราเห็นแล้วก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงถึงคลั่งเขาถึงขนาดนี้ ที่สำคัญ เจ้าตัวยังโสดสนิทด้วยนะเออ !! ส่วนประวัติด้านกีฬาตงต้าลี่นั้นติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อปี 2014 แข่งขันรายการ National Fencing Championship โดยเจ้าตัวสามารถคว้าที่ 3 มาครองได้สำเร็จ

          เอาเป็นว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา งั้นเราไปพิสูจน์ภาพความหล่อของ ตงต้าลี่ ว่าที่สามีแห่งชาติของสาว ๆ ในบ้านเราอีกหนึ่งคนพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า ดูสิว่าพ่อหนุ่มคนนี้เขาเท่ขนาดไหนเชียว

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

Dong Dali

ที่มา:kapook

อินเดียเปิดทางให้หญิงอียิปต์หนัก 500 ก.ก. มาผ่าตัดรักษาในมุมไบ

        บีบีซีรายงานว่า น.ส.เอมาน  อาเหม็ด อับดุล เอล อาตี หญิงชาวอียิปต์ อายุ 36 ปี ผู้มีน้ำหนักตัวถึง 500 ก.ก. จะได้รับการส่งตัวไปยังประเทศอินเดีย โดยทางเครื่องบิน เพื่อจะไปผ่าตัดลดน้ำหนักดังกล่าวลง ดร.มุฟฟาซาล ลัคทาวัล แห่งโรงพยาบาลในนครมุมไบ เป็นผู้ยื่นเรื่องถึงนางสุชมา ศวราช รมว.ต่างประเทศอินเดีย เพื่อให้ช่วยเหลือหญิงชาวอียิปต์รายนี้ เนื่องจากตอนแรกทางสถานทูตอินเดียในกรุงไคโร ปฏิเสธที่จะให้วีซ่า เนื่องจากน.ส.เอมานไม่สามารถจะเดินทางได้ด้วยตนเอง

fat3

ด้านรัฐมนตรีศวราช  ซึ่งตนเองก็อยู่ที่โรงพยาบาลระหว่างรอเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต รีบรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวทันที และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ช่วยออกวีซ่าให้หญิงสาวน้ำหนักทะลุพิกัดรายนี้น.ส.เอมานไม่ได้ออกจากบ้านมา 25 ปีแล้ว หลังจากมีอาการเส้นเลือดอุดตัน และเนื่องจากสภาพร่างกายดังกล่าว มีแม่และพี่สาวคอยดูแลอยู่ที่บ้าน แม่ให้ข้อมูลว่า ลูกคนนี้มีน้ำหนักแรกเกิดถึง 5 ก.ก. และเคยมีอาการป่วยโรคเท้าช้างมาก่อน กระทั่งตอนอายุ 11 ปี น้ำหนักก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนยืนไม่ได้ ต้องอาศัยคลานเคลื่อนไหว

fat2

ด้านดร.ลัคทาวัล กล่าวว่า เท่าที่ดูจากรูป ประเมินว่าหญิงสาวมีน้ำหนักราว 450-500 ก.ก. ซึ่งถ้าเป็นจริง จะถือเป็นสตรีที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก จากสถิติเดิมที่เป็นของนาวพอบีน พอตเตอร์ ชาวอเมริกันที่หนัก 292 ก.ก. แพทย์ชาวอินเดียกล่าวด้วยว่า หญิงชาวอียิปต์ต้องอยู่ที่มุมไบราว 2-3 เดือน สำหรับการผ่าตัดและพักฟื้น แต่ต้องอาศัยเวลา 2-3 ปีกว่าน้ำหนักจะลงต่ำกว่า 100 ก.ก. ตนหวังว่าจะช่วยคนไข้รายนี้ได้ แต่คงไม่พูดว่ามั่นใจ เพราะจะเกินความจริงไป

ที่มา:khaosod

เกาหลีมือเผาบ้านเกิดเผด็จการปักจุงฮี อ้างแค้นปธน.หญิงไม่ยอมลาออก

       เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อ 1 ธ.ค. เกิดเหตุคนร้ายวางเพลิงสถานที่เกิดของปัก จุงฮี เผด็จการในอดีตของเกาหลีใต้ และบิดาของปาร์ก กึนเฮ ประธานาธิบดีหญิงคนปัจจุบันที่กำลังประสบปัญหาคะแนนนิยมตกต่ำถึงขีดสุด หรือน้อยละกว่าร้อยละ 4 ท่ามกลางการชุมนุมของประชาชนับล้านที่เรียกร้องให้ลาออก จากเหตุพัวพันคดีที่ปล่อยให้นางชเว ซูนซิล เพื่อนสนิท แทรกแซงกิจการบริหารและเรียกรับผลประโยชน์ 

สำหรับเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่เมืองกูมี ภาคใต้ของประเทศ เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 10 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ภายหลังพบความเสียหายที่โถงของอาคารรำลึกอดีตประธานาธิบดี
ขณะเดียวกันตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย อายุ 48 ปีไว้ได้ไปสอบสวน เบื้องต้นพบว่าเป็นคนเดียวกับที่คนเผาอนุสรณ์สถานรำลึกอดีตประธานาธิบดีโนห์ แตวู ในปี 2555 ส่วนในครั้งนี้ ชายคนดังกล่าวอ้างว่าก่อเหตุเพราะน.ส.ปาร์กไม่ยอมลาออก

“ประธานาธิบดีควรลาออกไปซะไปก็ฆ่าตัวตายไป ผมวางเพลิงครั้งนี้ก็เพราะหล่อนไม่ยอมลาออก” ผู้ต้องสงสัยกล่าวระหว่างถูกสอบปากคำ

นายพลปัก จุงฮี ยึดอำนาจในการรัฐประหารเมื่อปี 2504 และปกครองประเทศด้วยการควบคุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมปราบปรามอริทางการเมือง ถึงปี 2522 จึงถูกสังหารด้วยหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับของตนเอง

ประธานาธิบดีปาร์กสักการะหน้ารูปภาพพ่อและแม่ที่ต่างถูกลอบสังหาร
ที่มา:khaosod

หวาดเสียว ชายชราหวิดตกจากชั้น 3 เคราะห์ดีขาเกี่ยวราวระเบียง

หวาดเสียว ชายชราหวิดตกจากชั้น 3 เคราะห์ดีขาเกี่ยวราวระเบียง

           เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ ที่เมืองอู๋หู มณฑลอันฮุย เกิดเหตุชายชราวัย 90 ปี เกือบพลัดตกลงมาจากระเบียงชั้น 3 แต่โชคดีที่ส่วนขายังเกี่ยวกับราวระเบียงที่หลุดลงมาพร้อมกันได้ ทำให้เขาอยู่ในสภาพหัวห้อยลงพื้น ประหนึ่งเป็นเสื้อผ้าแขวนตากผึ่งแดดผึ่งลม เพื่อนบ้าน 2 ห้อง ที่อยู่ข้างห้องพยายามปีนระเบียงด้านนอกขึ้นไปเกาะลูกกรงระเบียงชั้น 2 ที่อยู่สูงประมาณ 6 เมตรเพื่อช่วยค้ำยันชายชราคนดังกล่าวไว้จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึง จนในที่สุดก็สามารถช่วยชราคนดังกล่าวลงมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้คนต่างกันชื่นชมเพื่อนบ้านทั้ง 2 คน นั้นจำนวนไม่น้อย ที่กระตือรือร้นพยายามปีนขึ้นไปช่วยคน

ที่มา:sanook

แห่ลิ้มลองเนื้อจระเข้ย่าง ราคาดี..รับเละได้วันละ 5 หมื่นบาท!

แห่ลิ้มลองเนื้อจระเข้ย่าง ราคาดี..รับเละได้วันละ 5 หมื่นบาท!

        เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ได้จัดเทศกาลอาหารนานาชาติขึ้น มีผู้คนจำนวนมากแห่ไปลิ้มลองเมนูอร่อยตามร้านอาหารต่างๆ ที่เข้าร่วมงานเทศกาล ซึ่งหนึ่งในร้านที่ดึงดูดลูกค้าได้จำนวนไม่น้อยเลยก็คือร้านเนื้อจระเข้ย่าง ที่มีลูกค้ารออุดหนุนอยู่เต็มหน้าร้านทั้ง 3 ด้าน

นอกจากขายเนื้อจระเข้ย่างไม้ยาว ที่ขายในราคาไม้ละ 20-30 หยวน (ประมาณ 100-150 บาท) หน้าร้านยังได้แขวนหนังจระเข้โชว์ไว้เพื่อดึงดูดลูกค้าอีกด้วย ซึ่งเจ้าของร้านได้เปิดเผยว่า ในแต่วันสามารถขายได้ถึง 10,000 หยวน หรือราวๆ 50,000 บาท เลยทีเดียว

ที่มา:sanook

เปิดโผลุ้นคะแนนปธน.สหรัฐ ฮิลลารี VS ทรัมป์ ใครเก็บได้ 270 เสียง..ชนะ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เอพีรายงานว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จากพรรคเดโมแครต ซึ่งลุ้นสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำหญิงคนแรกของอเมริกา เดินทางไปพร้อมกับนายบิล คลินตัน สามี ผู้เป็นอดีตประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 42 ที่คูหาเลือกตั้งในโรงเรียนดักลาส จี. แกรฟฟิน เมืองชัปปาคัว ในรัฐนิวยอร์ก โดยมีบรรดาผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจ

Democratic presidential candidate Hillary Clinton, accompanied by her husband, former President Bill Clinton, left, smiles as she votes at Douglas G. Grafflin School in Chappaqua, N.Y., Tuesday, Nov. 8, 2016. At far left is senior aide Huma Abedin. (AP Photo/Andrew Harnik)

นางคลินตันปิดท้ายการหาเสียงการแข่งขันอย่างเข้มข้นกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐี ผู้แทนพรรครีพับลิกัน ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย มีผู้สนับสนุนมาร่วมฟังมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 40,000 คน อดีตสตรีหมายเลขหนึ่งกล่าวย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่างเอกภาพกับความแตกแยก ระหว่างตนที่เป็นผู้นำซึ่งมีเสถียรภาพ กับนายทรัมป์ที่เป็นเหมือนปืนใหญ่หลวมๆ พร้อมจะทำให้ทุกอย่างพังทลาย

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐอเมริกา และนางมิเชล สตรีหมายเลขหนึ่ง ขึ้นเวทีหาเสียงด้วยเพื่อแสดงสัญลักษณ์ส่งไม้ต่อของผู้นำให้นางคลินตัน และมุ่งหวังสร้างประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกันอย่างต่อเนื่องจากผู้นำผิวดำคนแรกไปสู่ผู้นำหญิงคนแรกของประเทศ

Dixville Notche's first voter Clay Smith drops his ballot into the box as moderator Tom Tillotson watches Tuesday, Nov. 8, 2016, in Dixville Notch, N.H. Democratic candidate Hillary Clinton beat Republican Donald Trump 4-2. (AP Photo/Jim Cole)

สำหรับคูหาเลือกตั้งเริ่มเปิดให้ชาวอเมริกันลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ตามเวลาสหรัฐ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดทั่วประเทศ คาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิกว่า 120 ล้านคน โดยชาวหมู่บ้านดิกซ์วิลล์ นอตช์ รัฐนิวแฮมป์เชอร์ ยังคงเป็นคนกลุ่มแรกของประเทศที่ได้ใช้สิทธิก่อนพื้นที่อื่น

ส่วนก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งล่วงหน้า ชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 46 ล้านคน จำนวนนี้รวมถึงนายเชน คิมโบรห์ นักบินอวกาศที่ประจำการอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส ส่งคะแนนของตัวเองผ่านองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือนาซ่า

 

สำหรับบรรยากาศสุดท้ายก่อนการเปิดหีบลงคะแนน นายทรัมป์ปิดท้ายการเดินสายหาเสียงด้วยการบุกไปยังบรรดารัฐที่คะแนนนิยมตัวเองยังตามหลังนางคลินตันถึง 5 รัฐภายในวันเดียว รวมถึงรัฐนิวแฮมป์เชอร์ ฐานเสียงใหญ่ของพรรคเดโมแครต นายทรัมป์กล่าวว่า หากไม่เลือกตน สหรัฐจะถูกควบคุมต่อไปโดยชนชั้นปกครอง และระบบการเมืองที่คอร์รัปชั่น

Republican presidential candidate Donald Trump gives the thumbs-up during a campaign rally at the Lackawanna College Student Union in downtown Scranton, Pa., Monday, Nov. 7, 2016. (Butch Comegys/The Times & Tribune via AP)

ทั้งนี้การเลือกตั้งของสหรัฐ เป็นการตัดสินด้วยระบบคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง หรืออิเล็กทอรัล โหวต (Electoral Vote) จาก 50 มลรัฐ ซึ่งก่อนการนับคะแนนมีการคาดหมายว่า นางคลินตันจะได้รับคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งอย่างน้อย 268 เสียง จากทั้งหมด 538 เสียง ส่วนนายทรัมป์น่าจะได้ราว 204 เสียง ขณะที่คะแนนชี้ชะตาผู้ชนะอยู่ที่ 270 เสียง

มลรัฐที่สนับสนุนนางคลินตัน มีรัฐขนาดใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ก ตามด้วยนิวเจอร์ซีย์ เพนซิลเวเนีย อิลลินอยส์ แมสซาชูเซ็ตส์ เวอร์จิเนีย วิสคอนซิน แมรีแลนด์ คอนเน็กติกัต เดลาแวร์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ฮาวาย เมน โอเรกอน โรดไอส์แลนด์ เวอร์มอนต์ วอชิงตัน มินเนโซตา นิวเม็กซิโก โคโลราโด และมิชิแกน

ด้านนายทรัมป์ได้คะแนนจากประชาชนกลุ่มอนุรักษนิยม เช่น แอละแบมา อแลสกา อาร์คันซอ ไอดาโฮ อินเดียนา แคนซัส เคนตักกี หลุยเซียนา มิสซิสซิปปี มิสซูรี มอนทานา เนบราสกา นอร์ทดาโกตา โอกลาโฮมา เซาท์แคโรไลนา เซาท์ดาโกตา เทนเนสซี เท็กซัส เวสต์เวอร์จิเนีย และไวโอมิง นอกจากนี้น่าจะมีที่จอร์เจีย ไอโอวา, บางส่วนของเมน โอไฮโอ และยูทาห์ เป็นต้น ส่วนมลรัฐที่คะแนนทั้งสองสูสีจนยากจะคาดเดาผล ได้แก่ แอริโซนา เนวาดา เขตการปกครองที่ 2 ของเนบราสกา นิวแฮมป์เชอร์ และนอร์ทแคโรไลนา

 เชน คิมโบรห์ (AP File)
ที่มีา:khaosod

ภาพอีกมุม ฉลามดุมาก จู่โจมเข้ากรงบุกถึงตัวนักดำน้ำ

ภาพอีกมุม ฉลามดุมาก จู่โจมเข้ากรงบุกถึงตัวนักดำน้ำ

              ภาพจากกล้องใต้น้ำเผยวินาทีชีวิต ฉลามขวาอ่าวเม็กซิโก บุกจู่โจมนักดำน้ำ พยายามทะลุเข้ากรง แต่โชคช่วยที่ตัวมันใหญ่ไป เป็นจุดเดียวกับคลิปที่ฉลามเข้ากรงได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จากคลิปภาพสุดระทึกขวัญนอกชายฝั่งเม็กซิโก มหาสมุทรแปซิฟิก ที่ถูกแชร์อย่างแพร่หลายเมื่อสัปดาห์ ฉลามขาวตัวใหญ่ได้กระโจนเข้าไปในกรงที่มีนักดำน้ำเก็บภาพอยู่ใต้ผืนน้ำ สร้างความตื่นตกใจแก่ทีมงานและลุ้นชะตากรรมของนักดำน้ำ กระทั่งพบว่าเขาไม่ได้ถูกฉลามขาวทำร้ายแต่อย่างใด

“เกรก เคปฮาร์ท” นักดำน้ำคนหนึ่ง ได้โพสต์คลิปลงเว็บไซต์ยูทูปช่องของเขาเอง เพื่อแชร์ประสบการณ์ที่คล้ายกับเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นเหตุเกิดที่นอกชายฝั่งเม็กซิโกเช่นกัน ระหว่างที่เขากับเพื่อนๆ ได้ลงไปดำน้ำเพื่อถ่ายภาพดูฉลามขวายักษ์แบบใกล้ชิด แล้วได้พบกับฉลามขวาตัวหนึ่ง ยังขนาดไม่ใหญ่มากนัก มันว่ายวนเวียนเพื่อจะกินเหยื่อล่อ

กระทั่งมันว่ายวนมาที่ด้านหลังกรง ก่อนจะพยายามบุกเข้ามาภายในกรง เพื่อจู่โจมนักดำน้ำ แต่โชคดีที่ส่วนครีบและลำตัวของมันใหญ่เกินกว่าที่จะมุดเข้ามาให้กรงได้ แต่ก็มันก็มุดเข้าไปเกือบจะถึงตัวนักดำน้ำเพียงไม่กี่คืบ โดยที่นักดำน้้ำคนนี้ยังคงบันทึกภาพเอาไว้ต่อไป

นักดำน้ำหนุ่มคนนี้เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า ช่วงที่เกิดเหตุมันเร็วมากและเขาก็ตกใจช็อกเหมือนกัน วินาทีเขาคิดว่าหากมันเข้ามาในกรงได้จริงๆ ควรจะทำยังไงดี ต่อสู้ตอบโต้มัน หรืออาจจะตายก่อนเพราะมันจู่โจมมาอย่างรุนแรงมาก

 

ที่มา:sanook

กลับมาไทยครั้งนี้ ไม่เหมือนเดิมแล้ว จาก คู่รักศิลปินชาวรัสเซีย

กลับมาไทยครั้งนี้ ไม่เหมือนเดิมแล้ว จาก คู่รักศิลปินชาวรัสเซีย

นายอาร์ทัม ละปิน และ นางสาวอนาสเตเซีย ชิกลิงเซวา สองศิลปินชาวรัสเซียวัย 30 ต้นๆ สวมชุดดำไว้ทุกข์ นั่งบนพื้นหญ้า หันหน้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ในเวลาใกล้เที่ยงคืน โดย พวกเค้าบอกกับทีมข่าวว่า จะนั่งตรงนี้จนรุ่งเช้า ความผูกพันของทั้งคู่ที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เริ่มจาก  6 ปีที่แล้ว เดินทางมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2553 และ เดินทางมาถึงก่อนหน้าวันพ่อแห่งชาติเพียงวันเดียว ทั้งคู่ จึงมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุขและยังจำได้ถึงภาพของประชาชนที่มารอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“คืนวันนั้นที่นี่ ท้องสนามหลวงมี คอนเสิร์ตเพลงไทย และ มีคนมารวมตัวกันเพื่อจุดเทียนถวายพระพรฯ ตอนค่ำ เป็นภาพที่สวยงามมาก แต่วันนี้ภาพแบบนั้นได้กลายเป็นอดีตแล้ว สำหรับผมเองและคนไทย” นายอาร์ทัม ละปิน กล่าว

การมาเมืองไทยอีกครั้งในช่วงเวลานี้จึงแตกต่างจากครั้งนั้นโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือทั้งคู่มีความรู้สึกร่วมเช่นเดียวกับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นความสุขในช่วง 6 ปีก่อน และความเศร้าที่ปกคลุมประเทศอยู่ในยามนี้ ซึ่งอาจจะฟังดูแปลกสำหรับชาวต่างชาติที่มีสถานะเป็นเพียงนักท่องเที่ยวในเมืองไทย โดยคุณอาร์ทัมกล่าวอีกว่า เขารู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับคนเอเชียและวัฒนธรรมเอเชียมาตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาโตมาในย่านที่มีคนเชื้อสายเอเชียอยู่ค่อนข้างมาก 

ที่สำคัญ ตัวเขาเองก็รับรู้เรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชผ่านสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องและในหลายแง่มุม รวมถึงเรื่องราวสมัยทรงพระเยาว์ที่ประทับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่เรื่องที่เขาประทับใจมากที่สุดคือพระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรีของพระองค์ เพราะเขาเองก็เป็นนักดนตรีเช่นกัน ถึงแม้ว่าแนวดนตรีที่เขาถนัดจะเป็นแนวอิเล็กทรอนิก ไม่ใช่ดนตรีแจ๊ซก็ตาม

“พอรู้ว่าท่านทรงแซ็กโซโฟนก็ไปหาดูคลิปในยูทูป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคลิปที่บันทึกไว้เมื่อหลายสิบปีแล้ว แต่ก็พอที่จะทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางดนตรีจริงๆ” คำที่นักดนตรีจากรัสเซียใช้อธิบายพระอัจฉริยภาพทางด้านนี้ของท่านเป็นภาษาอังกฤษก็คือ “amazing” และ “wonderful”

เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์ทัม และ อนาสเตเซีย อยู่ที่สวนลุมพินี ก็มีชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินมาบอกข่าวเศร้ากับพวกเขา ทันทีที่รู้เรื่องนี้ ทั้งคู่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของเมืองไทยและตัดสินใจเดินทางมายังบริเวณพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ช่วงกลางวันของวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม ก่อนจะกลับมาอีกครั้งในคืนวันที่ 15 ตุลาคมและนั่งอยู่จนถึงเช้าของวันถัดมา

สิ่งที่หลายคนคงสงสัยก็คือ สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในสถานะนักท่องเที่ยวอย่างพวกเขาแล้ว เขา ‘เห็นอะไร’ และ ‘รู้สึกอย่างไร’ กับภาพที่เห็นตรงหน้า

“ในสถานการณ์แบบนี้ เราเห็นความเป็นครอบครัวของคนไทยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะมาสักการะพระบรมศพเพียงอย่างเดียวหรือมาอาสาอำนวยความสะดวกให้คนอื่นๆ ดูราวกับเป็นพี่น้องกัน ทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน”

“เรายังรู้สึกด้วยว่า มิตรภาพและการช่วยเหลือกันอย่างจริงใจอย่างเช่นนี้คือสิ่งที่จะช่วยหล่อเลี้ยงโลกต่อไปในอนาคต” อาร์ทัมตอบพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้ง

ทีมข่าว Sanook News มั่นใจว่า ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองคนจะเดินทางมายังบริเวณพระบรมมหาราชวังเพื่อน้อมระลึกถึงกษัตริย์ที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ โดยไม่มีกำแพงของภาษาหรือว่าวัฒนธรรมที่ต่างกัน

ที่มา:sanook

สาวรัสเซียเปิดประมูล “ความบริสุทธิ์” สนนราคาเริ่มต้น 6.5 ล้าน

tnews_1475046730_4507

Ariana จากรัสเซียได้ประกาศขาย “ความบริสุทธิ์” ของบนเว็บไซต์แห่งหนึ่งโดยตั้งราคาความซิงของเธอเอาไว้ที่ 130,500 ปอนด์ (ราว 6,525,000 บาท)!! โดยเธอเปิดเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจขายความบริสุทธิ์ของตัวเองก็เพราะคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่จะหาเงินได้เร็วที่สุดนั้นเอง

“นักศึกษาหลายคนมักจะประสบกับปัญหามากมายหลายอย่างระหว่างกำลังเรียนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น โดยส่วนใหญ่มักต้องออกไปทำงานพิเศษเพื่อเอามาจ่ายค่าเทอม”

“แต่ฉันอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศในสาขาวิชาการแพทย์ ซึ่งค่าเทอมมหาวิทยาลัยนั้นแพงมากๆ แล้วไหนจะค่าที่อยู่อีกที่แพงไม่แพ้กัน ดังนั้นฉันจึงต้องมีเงินให้มากๆเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนั้นและจะได้มุ่งมั่นกับการเรียนได้อย่างเต็มที่”

โดยก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้ให้กับคนที่ใช่แต่ทว่าก็ยังไม่เจอซักทีเลยคิดว่า “ทำไมฉันต้องรอต่อไปด้วยล่ะ?”

“ทำไมฉันต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับใครซักคนที่สุดท้ายก็จะมาหักอกฉันต่อในภายหลังกันด้วยเล่า?”

แถม Ariana ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่าเธอมองว่าการขาย “ความบริสุทธิ์” เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งและหวังว่าคนที่ชนะการประมูลจะปฏิบัติกับเธอด้วยความเคารพ!!

ที่มา metro

ที่มา :news-lifestyle