“เกรท วรินทร” ปีติ น้ำตาไหลตลอดเวลาที่ปลงผม เพื่อนในวงการแห่อนุโมทนา

 

วันที่ 9 มิย. ที่ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร นักแสดงหนุ่ม “เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์” ได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยมี พ.ต.อ. ชยชัย ปัญหกาญจน์ (บิดา) ,นาง ชื่นทิตา ปัญหกาญจน์ (มารดา), ญาติผู้ใหญ่ พร้อม นายประวิทย์ มาลีนนท์ และภรรยา ,สมรักษ์ ณรงค์วิชัย ผู้บริหารจากช่อง 3 , ผู้จัดละคร อาทิ จิ้ม มยุรฉัตร, จ้า ยศสินี ,อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ ,แดง ธัญญา, คิง สมจริง ,ก้อย ทาริกา ,ไก่ วรายุทธ ,อุ้ย นนทรีย์และเพื่อนศิลปินอาทิ บอย ปกรณ์ ,อเล็กซ์ เรนเดล ,แมท ภีรนีย์ ,มาร์กี้ ราศรี ,เบลล่า ราณี, พรีม รนิดา, เต้ย จรินทร์พร , มิ้นท์ ชาลิดา ,เต้ย พงศกร, โป๊ป ธนวัฒน์ , หลุยส์ สก๊อต ที่ควงแฟนสาว นุ่น-รมิดา, บีม กวี ,กิ๊ก ดนัย, อาย กมลเนตร ,โดนัท มนัสนันท์ ,เดี่ยว สุริยนต์ และเพื่อนนอกวงการ รวมทั้งแฟนคลับ มาร่วมอนุโมทนาบุญอย่างคับคั่ง ต่อมาเวลา 11.00 น. พระเอกหนุ่มได้เข้าพิธีปลงผมนาค ซึ่งทั้งผู้ใหญ่ในวงการ ญาติผู้ใหญ่ และเพื่อนๆทั้งและนอกวงการต่อแถวรอคิวตัดผมนาคแถวยาวเยียด ซึ่งใช้เวลาปลงผมเป็นชั่วโมง

จากนั้นได้ “นาคเกรท” เปิดใจว่า ตั้งแต่พูดออกสื่อไปว่าจะบวช ผมได้อยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรมากขึ้นได้นับวันรอ ถามตัวเองตลอด ว่าเราพร้อมแค่ไหน ได้คำตอบว่าเราพร้อมมาตลอด อย่างงานวันนี้อยากจะดูทุกคนให้ดี ส่วนตัวไม่ได้มีความรู้สึกกังวลอะไรเลย 1 เดือนหลังจากนี้ จะเป็น 1 เดือนที่ผมใช้ชีวิตอีกแบบเราต้องทำให้ได้ น่าจะมีสิ่งดีๆออกมา ไหนๆก็จะบวชแล้ว อยากจะมีเวลาศึกษาพระธรรมให้เต็มที่ จำวัดอยู่ กรุงเทพ 15 วัน และจังหวัดเพชรบูรณ์ 15 วัน

 

“วันนี้น้ำตาไหลหลายรอบ เพราะกลั้นไม่อยู่ ผู้ใหญ่หลายๆคน รวมถึงพี่ๆน้องๆ ที่เรารัก เขามาร่วมอนุโมทนา ยินดีกับเราครั้งนี้ดีใจมากๆ ตอนที่กอดคุณพ่อคุณแม่ก็บอกรักท่าน เพราะตั้งแต่ผมตัดสินใจจะบวชท่านก็มีความสุข”

ถามต่อว่ามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนบวช เกรท ตอบว่า “ก่อนหน้านี้เพื่อนที่เตะฟุตบอลด้วยกันได้มากวาด ขัดถูลานวัด ได้มาเก็บขยะรอบๆวัด เมื่อคืนก็นอนที่วัดนี้ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับการบวชครั้งนี้ แค่เราปฏิบัติให้ดีที่สุด ทำจิตใจให้สงบ ต่อให้เจอปัญหาเล็กๆน้อยๆ เราก็จะเห็นปัญหานั้นอย่างชัดเจน ผมไม่รู้หรอกว่าเริ่มต้นจะเป็นยังไง แต่ใจเราพร้อมที่จะต่อสู้กับปัญหาและกิเลสที่จะเกิดขึ้น ในช่วงที่เราบวชแค่นั้นก็ถือว่าเป็นบทเนียนของเราแล้ว และตั้งใจศึกษาพระธรรมให้ดีที่สุด วันนี้ขอบคุณพี่ๆน้องๆ และแฟนคลับทุกคน ที่อยู่ด้วยกันมานาน และดีใจที่มาร่วมงานบุญวันนี้ อยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้มีความสุข อิ่มบุญ”

ต่อมาเวลา 14.00 น. ขบวบแห่นาครอบโบสถ์ 3 รอบ และได้นำนาคเข้าโบสถ์ เพื่อทำพิธีอุปสมบท โดยมี สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต กรรมการมหาเถรสมาคม วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์ โดย เกรท-วรินทร ได้รับฉายาว่า” ชวินโท ” ซึ่งแปลว่า “ จอมปราชญ์ ผู้มีเชาว์ปัญญา” และพระเกรท ได้กำหนดวันลาสิกขา วันที่ 8 ก.ค.นี้

 

ที่มา:khaosod

อยากตายก็ไปตาย!! สาว17บอกแฟน หนุ่มวิ่งไปกลางถนน รถชนกระเด็นลอยผ่านหน้าสาวช็อก

           เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 9 ก.พ. พ.ต.ต.ณัฐวรรธน์ เพลินจิต สว.(สอบสวน) สภ.เสม็ด ชลบุรี พร้อมแพทย์เวร รพ.ชลบุรีและกู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ไปชันสูตรพลิกศพ นายสุทธินัย คำกุด อายุ 20 ปี เสียชีวิต สภาพร่างแหลกเละบนถนนสุขุมวิท ช่วงหน้าปั๊มน้ำมันบางจาก ขาเข้าเมืองชลบุรี หมู่ 4 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยมี น.ส.ตวงพร อายุ 17 ปี นั่งร้องไห้ฟูมฟาย จับใจความได้ว่า ผู้ตายได้คบหาเป็นแฟนกัน โดยผู้ตายทำงานอยู่กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเย็นได้ขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ซีบีอาร์ สีแดงขาว ทะเบียน 2 กฮ 8604 กทม. มาหาตนที่บ้าน ต.เหมือง และก่อนเกิดเหตุกำลังจะกลับกรุงเทพฯเพื่อทำงานเช้านี้

ตนก็ขี่รถ จยย.อีกคันมาส่งที่ปั๊มน้ำมัน พอจะกลับ ผู้ตายบอกไม่อยากทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว จะมาอยู่ชลบุรีเลย ตนบอกให้ทำงานก่อน เก็บเงินมาขอแต่งงาน ผู้ตายน้อยใจบอกไม่อยากกลับ อยากตาย ตนก็เลยพูดไปว่าอยากตายก็ไปตายเลย แค่นั้นผู้ตายก็วิ่งออกมาจากปั๊มน้ำมันไปกลางถนน ทำให้รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนอย่างจัง ร่างกระเด็นผ่านหน้าตนที่วิ่งตามมา เสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา:khaosod

โจ๋ชะตาขาดดับ 2 ศพ!ซิ่งจยย.ไปไม่ถึงคอนเสิร์ต พุ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อยจอดเสียเจ็บอีก 1

         เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ร.ต.อ.พิชิตชัย รูปคม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านต้อง-นาแก พื้นที่บ.ฝั่งแดง ต.ฝั่งแดง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ 1669 ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อบต.ฝั่งแดง นาวาธาตุพนม และกู้ภัยนครพนม

ที่เกิดเหตุบริเวณหลัก กม.ที่ 18 ฝั่งมุ่งหน้าไปยังตัว อ.ธาตุพนม พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียนหัวลาก 80-8793 นครพนม ทะเบียนลูกพ่วง 80-8792 นครพนม ท้ายรถบรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ จอดเสียอยู่ริมไหล่ทางในสภาพยางหลังซ้ายลูกพ่วงแตก 2 เส้น แต่ไม่พบคนขับ ถัดไปพบรถบรรทุกพ่วงอีกคัน ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 80-3270 อำนาจเจริญ ทะเบียนลูกพ่วง 80-6146 อำนาจเจริญ ทราบชื่อคนขับคือนายสำราญ จวบบุญ วัย 37 ปี ชาวอ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

ตรวจสอบท้ายรถบรรทุกพ่วงคันที่ 2 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน กษษ 206 สุพรรณบุรี ล้มคว่ำสภาพพังเสียหาย ส่วนคนขับรถทราบชื่อนายลิขิต หลวงวิเศษ อายุ 25 ปี คนซ้อนเสียชีวิต อีกรายทราบชื่อนายทวีศักดิ์ บริบูรณ์ อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นชาวต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม สภาพศพมีบาดแผลเหวอะหวะ ตั้งแต่ลำคอและศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์อีกคัน ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 สีแดงดำ ไม่ติดป้ายท้ายทะเบียน ล้มคว่ำเสียหายเล็กน้อย ส่วนคนขับและคนซ้อนไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

สอบสวนนายจักรกฤษณ์ น้องชาย ผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจาก ต.บ้านแก้ง อ.นาแก เพื่อจะไปดูคอนเสิร์ตวงมหาหิงค์ในงานนมัสการพระธาตุพนม โดยขี่มาด้วยกัน 3 คัน รวม 6 คน ขณะถึงที่เกิดเหตุพี่ชายของตนคือนายลิขิตขี่รถยี่ห้อฮอนด้าเวฟ มีนายทวีศักดิ์ซ้อนท้ายแล่นมาด้วยความเร็ว ขณะถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกอ้อยจอดซ้อนกัน 2 คันอยู่ริมถนน เพื่อรอช่างมาเปลี่ยนยางรถ แต่ในที่เกิดเหตุมืดมาก อีกทั้งไฟท้ายรถบรรทุกไม่ค่อยสว่าง ทำให้ผู้ตายมองไม่เห็น ก่อนพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อยทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย ส่วนอีกคันตามมาด้วยกันหักหลบทัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสอบสวนสาเหตุให้ละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา”khaosod

ฮาลั่นฮอลล์! แชร์ว่อนลีลา “น้องยุ้ย” เบอร์ 8 ตอบคำถามบนเวทีมิสแกรนด์โคราช

            เป็นอีกคลิปหนึ่งที่ถูกแชร์เยอะมากในวันนี้ กับความฮาปนความน่ารัก ของ “น้องยุ้ย” ผู้เข้าประกวด มิสแกรนด์นครราชสีมา หมายเลข 8 ที่ผ่านเข้ามาในรอบตอบคำถาม โดยกรรมการถามว่า “นอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว บุคคลที่มีอิทธิพลต่อคุณมากที่สุดคือใคร เพราะอะไร” ซึ่งลีลาการตอบคำถามของน้องยุ้ย เรียกเสียงฮาสนั่นฮอลล์ ส่วนจะขำแค่ไหนไปดูกันเลย

 ที่มา:khaosod

“บิ๊กตู่” อารมณ์ดีถกครม.พบเด็กเก่งคณิต ปล่อยมุขบอกมาช่วยดูเงินคงคลังรัฐบ้าง

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวง กรมการศาสนา และองค์กรเครือข่ายทางศาสนา นำคณะจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์ งานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา 2560 โดยมอบบัตรอวยพรมาฆบูชา หนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับวันมาฆบูชา พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีลงชื่อในบัตรอวยพร มาฆบูชา 2560 เพื่อมอบให้กับประชาชน โดยนายกฯได้รับชมการขับร้องเพลงมาฆบูชาจากนักเรียนโรงเรียนเผดิมศึกษา และการสวดโอ้เอ้วิหารราย จากนักเรียนโรงเรียนวัดสุทัศน์ 

จากนั้น นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นฐาน (สพฐ.) และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ที่มีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ประกอบด้วย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและกีฬา ตลอดจนผู้แทนนักเรียนไทยไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการระหว่างประเทศ ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความสามารถในด้านต่างๆ

โดยนายกฯได้ทบสอบความรู้ของนักเรียนที่เป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ รับการทักทายและแนะนำจังหวัดของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวติดตลกว่า “วันหลังมาช่วยบวก ลบ คูณ หาร เงินคงคลังให้ลุงบ้าง” เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆ เป็นอย่างมาก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การศึกษาของเราวันนี้มีคนเก่งอยู่มาก แต่ยังขาดจินตนาการ ทำให้คิดเองไม่ได้และเชื่อคนง่าย ถูกชักจูง อย่างไรก็ตาม ต้องจัดให้เด็กอยู่ในระเบียบและวินัย ไม่ใช่เก่งอย่างเดียว แต่เก่งแล้วต้องทำงานให้ได้ด้วย ต้องนำความเก่งนั้นมาสู่การปฏิบัติ ไม่ใช่เก่งเพียงวิชาการ อย่างที่เด็กที่ไปแข่งขันทางวิชาการก็ไม่ได้นำไปใช้ แต่ขอให้สร้างกระบวนการคิดวิเคราะห์ในสมอง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ถามนักเรียนที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ซึ่งได้รับคำตอบว่าอยากเป็นครู จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวชื่นชมว่า อยากให้คนที่เรียนเก่งมาเป็นครูให้มากขึ้น เพราะประเทศชาติจะได้มีความเจริญก้าวหน้า รัฐบาลต้องการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ โดยมีแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงต้องปรับทั้งครู ทั้งการดูแลเรื่องที่พักอาศัยของครู หลักสูตร การประเมินผลภายในและภายนอก และวันนี้ยังเน้นเรื่องของการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยสอนให้ทุกคนเข้าถึง เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนขึ้นประชุมยังตึกบัญชาการ 1 เด็กๆ ที่มาร่วมรณรงค์กิจกรรมได้ยืนต่อคิว เพื่อขอลายเซ็นจากนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯเซ็นกำกับชื่อว่า “ดีใจ เป็นกำลังใจ”

ที่มา:khaosod

“เบนซ์” ยันไม่เกี่ยวค้ายา ยืมเงินบอย 6 ล้านซื้อลัมโบจริง วอนสังคมอย่าด่วนตัดสิน

           หลัง “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามี “แพท ณปภา” เดินทางเข้ามาให้ปากคำที่ บช.ปส. เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำนานร่วม 6 ชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้เดินลงมาพร้อมแม่และทนายความ พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งแต่รู้ข่าวเมื่อวาน รู้สึกตกใจมาก ซึ่งข่าวโซเชียลรุมจนไม่รู้ความจริงไม่จริงเป็นอย่างไร โดยตนอยากแสดงความบริสุทธิ์ จึงติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเข้าไปชี้แจงพร้อมหลักฐาน แต่ว่าเมื่อวานไม่ทัน จึงมาวันนี้แทน ตนยินดีให้ปากคำพร้อมนำหลักฐานที่มีมามอบให้ จากที่คนมองว่าเบนซ์ไม่ดี อย่าเพิ่งไปฟังอะไรมากมาย ให้รอฟังก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไร วันนี้จึงเข้ามาชี้แจงดังกล่าว และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าชี้แจงวันนี้

ด้านนายศรัญ ฤกษ์อัตการ ทนายความ กล่วาว่า ขณะนี้ยืนยันว่าเบนซ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เบนซ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการซื้อทรัพย์สินบางอย่าง ซึ่งด้วยความบริสุทธิ์ใจ เบนซ์จึงเอาหลักฐานมามอบให้ตำรวจทั้งหมด และสำหรับขบวนการค้ายารายใหญ่นั้น อะไรที่เบนซ์พอจะมีประโยชน์กับทางราชการ เบนซ์จะให้ความร่วมมือเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นเบนซ์ได้เดินทางกลับทันทีโดยไม่ตอบคำถามเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ทางพล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ขณะนี้มีคณะทำงานหลายส่วนประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส., ป.ป.ส. และป.ป.ง. ร่วมสอบเบนซ์ ทนาย และเครือญาติ ซึ่งการสอบปากคำมีรายละเอียดหลายอย่าง ทางเราก็ได้สอบสวนไปบ้างแล้ว

“เบนซ์” ยันไม่รู้จัก “ไซซะนะ” - รับยืมเงิน “บอย” 6 ล้าน ดาวน์ลัมบอร์กินี

ขณะที่พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. กล่าวว่า เรื่องเบนซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่นั้น เบนซ์มาให้การวันนี้และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ยังมีข้อสงสัยอยู่ก็ยังต้องสอบสวนต่อไป สำหรับข้อมูลที่ต้องสอบสวนต่อคือเรื่องบัญชีธนาคาร ส่วนเรื่องนายไซซะนะ เบนซ์บอกไม่รู้จัก

พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวต่อว่า เครือข่ายดังกล่าว เป็นเครือข่ายที่ค่อนข้างใหญ่ เรื่องเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นการเงิน บุคคลหรือทรัพย์สิน ซึ่งจากแนวทางการสืบสวนยังไม่พบเบนซ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ส่วนนายบอย มีความเชื่อมโยงทางคดีอยู่แล้ว สำหรับเรื่องลัมโบร์กินี ทางเบนซ์ระบุว่าได้ยืมเงินจากนายบอย จำนวน 6 ล้านบาท เพื่อไปซื้อลัมโบร์กินี ส่วนร้านแอเรีย 51 ของเบนซ์นั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายบอยแต่อย่างใด สำหรับทั้ง 2 คนนั้น มีความสนิทสนมกันเพราะชื่นชอบเรื่องการแต่งรถเหมือนกัน ทรัพย์สินที่เบนซ์มีร่วมกับนายบอยก็จะเป็นเรื่องการแต่งรถ เนื่องจากเบนซ์กว้างขวางเรื่องโซเชียล นายบอยจึงนำรถไปฝากขายเบนซ์ หลังจากนี้หากมีข้อสงสัยจะเรียกมาสอบเพิ่มเติม

สอบเค้นหลายชั่วโมง"เบนซ์"ยันบริสุทธิ์ไม่รู้จัก"ไซซะนะ"

“สัปดาห์หน้าจะประชุมรวบรวมข้อมูลมาตรวจสอบ ประเด็นที่สงสัยเรื่องการยืมเงิน แต่ที่ให้การว่าชดใช้ส่วนหนึ่งนั้น ชดใช้จริงหรือไม่ ต้องตรวจสอบบัญชีธนาคาร และดูว่าโอนเข้าบัญชีนายบอยหรือไม่ หรือชดใช้เป็นเงินสด ต้องรอตรวจสอบดู ส่วนเรื่องป้ายทะเบียน 51 นั้น เบนซ์ชี้แจงว่าชอบหมายเลขทะเบียน 51 มานานแล้ว ถ้าเปลี่ยนรถจะใช้ทะเบียนนั้นตลอด มีช่วงหนึ่งที่รับซื้อรถไว้ แล้วเอาทะเบียนมาใส่ พอซื้อลัมโบร์กินี จึงสับถ่ายทะเบียนมาที่ลัมโบร์กินี หลังจากนั้นก็ไปขออนุญาติสับเปลี่ยนทะเบียนจากทางขนส่ง แต่ทางขนส่งยังไม่อนุมัติ แต่เบนซ์ก็คิดว่าผ่านจึงเอาทะเบียนมาติดไว้ก่อน สำหรับเรื่องที่เบนซ์ยืมเงินสัปดาห์ละ 3 แสนบาทจากนายบอยนั้น เรื่องนี้ยังไม่ได้ยิน สัปดาห์หน้าอาจจะเรียกเบนซ์เข้ามาสอบเพิ่ม รวมทั้งญาติ และตอนนี้ยังไม่เชิญแพท นางเอกสาว ภรรยาของเบนซ์ เข้ามาสอบ แต่ขอดูรายละเอียดก่อน” พล.ต.ต.ชาตรี กล่าว

ขณะที่ พล.ต.ต.พรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเจอพยานหลักฐานจะเรียกเบนซ์ และเครือญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติม หากพบความผิดก็จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับเบนซ์

ที่มา:khaosod

พริตตี้สาวช็อก!! ฝากน้องเอาเงินเกือบแสนใส่ตู้ แก๊งเสื้อ Police บุกลากขึ้นรถ-ปล้นเงินเกลี้ยง

       เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 31 ม.ค. ร.ต.อ.อนุสรณ์ ประทุมทอง รอง สวป.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์ ภายในตลาดถนอมมิตร 88 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจและกำลังฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว

ที่เกิดเหตุอยู่ด้านหลังตลาดดังกล่าว บริเวณหน้าตู้ฝากเงินอัตโนมัติของธนาคารกสิกร พบนายศราวุฒิ พึ่งประสพ อายุ 18 ปี ผู้เสียหายยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณช่วงเที่ยงคืน ตนได้ขับขี่จยย.มาที่หน้าตู้ฝากเงินดังกล่าวเพื่อจะนำเงินสดจำนวน 80,000 บาทของพี่สาวมาฝากที่ตู้อัตโนมัติของธนาคาร ระหว่างที่ตนกำลังกดเลขบัญชีที่ต้องการจะฝากเงิน ได้มีผู้ชาย 2 คนรูปร่างสูง ประมาณ 170 ซม. เดินมาประกบด้านข้างซ้ายและขวาของตน ก่อนจะสอบถามที่มาของเงิน ตนจึงตอบไปว่าเป็นเงินของพี่ที่ให้นำมาฝาก

จากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คนได้พาตนขึ้นรถยนต์โตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เมื่อขึ้นไปบนรถได้มีผู้ชายอีก 2 คนนั่งรออยู่ที่เบาะหน้า ส่วนตนนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีคนร้าย 2 คนนั่งประกบ ก่อนที่คนร้ายทั้ง 4 คนจะเริ่มสอบถามเรื่องเงิน พอตนไม่ตอบก็โดนต่อยเข้าที่ขมับขวา 1 ครั้ง จากนั้นกลุ่มคนร้ายจึงยึดเงินสดของตนไปและไล่ตนลงจากรถด้วย ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนีมุ่งหน้าห้าแยกวัชรพล

ด้าน น.ส.เสาวลักษณ์ มหายศปัญญา อายุ 26 ปี เป็นพริตตี้ กล่าวว่า ตนเป็นพี่สาวของนายศราวุฒิ และเป็นเจ้าของเงินสดจำนวน 80,000 บาท ซึ่งตนได้ให้น้องชายนำเงินที่ได้มาจากการทำงาน เป็นพริตตี้ สนามแข่งรถ ให้มาเข้าบัญชีธนาคาร เพราะไม่อยากเก็บเงินสดจำนวนดังกล่าวไว้ที่บ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วจะไม่ได้ใช้บริการตู้ฝากเงินดังกล่าว

ร.ต.อ.อนุสรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบตู้เงินฝากอัตโนมัติของธนาคารกสิกรพบว่าโดยปกติจะปิดให้บริการเวลา 22.00 น. แต่จากการสอบสวนนายศราวุฒิ ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตู้เงินฝากยังสามารถใช้การได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้นายศราวุฒิยังระบุรูปพรรณของกลุ่มคนร้ายว่ามีลักษณะผิวคล้ำ อายุประมาณ 30-40 ปี สูงประมาณ 170 ซม. การแต่งกายสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงยีนส์ และสวมเสื้อกั๊กสีดำคลุมทับโดยด้านหลังสกรีนคำว่า Police โดยหลังจากนี้จะประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนีเพื่อติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทีมา:khaosod

อดีตตร.หายจากห้อง!! ญาติตามหาวุ่น เสียงปืนสนั่นรพ. รีบไปดูพบเป็นศพดับสลด

             เวลา 10.30 น. วันที่ 27 ม.ค.60 เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาสันติสุขจังหวัดกระบี่ นำศพ ร.ต.ท.ปัญญา เดชสุภา อายุ 62 ปี อดีตรองสาวัตรตำรวจน้ำกระบี่ หลังจากใช้อาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม. ยิงตัวตาย ภายในห้องน้ำห้องพักผู้ป่วย ตึก 45 ปี ภายในโรงพยาบาลกระบี่ เสียชีวิต ส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์ ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลกระบี่ ว่า มีผู้ป่วยยิงตัวตายภายในโรงพยาบาล เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุอยู่ภายห้องน้ำห้องพักผู้ป่วยชั้น 1 ภายในตึก 45 ปี พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ คือ ร.ต.ท.ปัญญา เดชสุภา อายุ 61 ปี เป็นอดีตรองสารวัตรตำรวจน้ำกระบี่ สภาพถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณศีรษะเหนือใบหูด้านขวา จำนวน 1 นัด กระสุนทะทุศีรษะด้านซ้าย นอนเสียชีวิตในชุดผู้ป่วยจมกองเลือด ในที่เกิดเหตุข้างกายของผู้ตาย พบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ จำนวน 1 กระบอก พร้อมหัวกระสุน จำนวน 1 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

สอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกระบี่ เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ด้วยอาการป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุสลด ผู้ตายได้เดินออกจากห้องหายไป ญาติๆ ได้ช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นภายในห้องน้ำ จึงได้เข้ามาดู พบว่า ร.ต.ท.ปัญญา ยิงตัวตายเสียชีวิตแล้ว เบื้องตนคาดว่า อาจเกิดความเครียดจากอาการเจ็บป่วย จึงคิดสั้นฆ่าตัวตายดังกล่าว เจ้าหน้าที่มอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ทั้งนี้อาวุธปืนที่ผู้ตายนำมาก่อเหตุปลิดชีพตัวเองนั้น ทราบว่า มีคนเห็นผู้ตายเดินออกจากห้องผู้ป่วย ไปด้านนอกของโรงพยาบาล ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมถือถุงกระดาษ 1 ใบ คาดว่าใส่อาวุธปืน ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้น

ที่มา:khaosod

สุดสลด5ศพ!! ไฟไหม้อาคาร หนุ่มวิ่งฝ่าเพลิงช่วยแม่-เมีย-ลูกน้อยแฝดหายในกองไฟ(คลิป)

        เมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 25 ม.ค. 60 ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ดิสระ รองสว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์บริเวณปากซอยนวมินทร์ 99 ถนนนวมินทร์แขวง นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.ลาดพร้าว รถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพจำนวน 5 คัน รถกระเช้าจำนวน 1 คัน ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น จุดเกิดเหตุเป็นร้านรับติดตั้งรีโมตรถยนต์ ชื่อ ลิ้มธงชัยเจริญยนต์ เลขที่ 119/114-7 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พบเพลิงกำลังลุกไหม้ จากชั้นล่างลุกลามขึ้นชั้น 2 จึงให้รถน้ำทำการฉีดสกัด เบื้องต้นพบมีผู้ติดภายในจำนวน 5 ราย

สอบสวน น.ส.รัตนา ธงชัยวัฒนอำพล อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่บริเวณชั้น 2 ได้ยินเสียงดังเหมือนหม้อแปลงระเบิดก่อนจะมีเปลวไฟและกลุ่มควันขึ้นจำนวนมากจึงรีบเรียกคนในบ้านให้รีบออกมา ซึ่งสามารถหนีออกมาได้จำนวน 5 คน แต่ยังมีผู้ที่ยังติดออยู่ชั้นบน อีก 4 คน ก่อนที่นายจำรัส ธงชัยวัฒนอำพล น้องชาย จะวิ่งย้อนกลับเข้าไปในตัวอาคารเพื่อช่วยเหลือนาง ภัทรา ธงชัยวัฒนอำพล ซึ่งเป็นมารดา และ น.ส.สริณทิพย์ สุทธิพงษ์ชัยกุล น้องสะใภ้ และลูกแฝด ชื่อ ด.ญ.สรัญญา สรัญดา อายุเพิ่งจะขวบเดียว ก่อนที่นายจำรัส น้องชายจะขาดการติดต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ สาเหตุยังอยู่ระหว่างตรวจสอบคาดไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบภายในอาคารตัวอาคารได้ ล่าสุดได้รับการยืนยันมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน

ที่มา:khaosod
 

แค่แมวข่วน-ขาเน่าเฟะเกือบตัดทิ้ง อุทาหรณ์สยอง-ลุงวัย63 หมอชี้แบคทีเรียกินเนื้อ

 

        แค่ ‘แมวข่วน’ เกือบต้องตัดขาทิ้ง อุทาหรณ์สยอง ลุงวัย 63 ปี ถูกแมวข่วนที่ขา คิดว่าไม่เป็นอะไร ผ่านไป 3 วันแผลลุกลาม น้ำเหลืองเน่าเฟะ หามส่งร.พ. แพทย์ผ่าตัดเนื้อตายทิ้ง เอาหนองออก ชี้เป็น ‘โรคแบคทีเรียกินเนื้อ’ เป็นเชื้อรุนแรง ชอบกินผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไขมัน เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ก่อนเข้าสู่กล้ามเนื้อ ล่าสุดอาการยังน่าเป็นห่วง แต่แพทย์ระบุยังพอมีความหวังที่จะรักษาให้หายได้โดยไม่ต้องตัดขา ใช้เวลาอย่างต่ำ 1 เดือน ด้านลูกสะใภ้ผู้ดูแลวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือค่าใช้จ่ายรักษา

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ร.พ.วชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผอ.ร.พ. พร้อมด้วย นพ.วีรศักดิ์ หล่อทองคำ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ และนางวันดี โกยกิจเจริญ รักษาการรอง ผอ.ฝ่ายการพยาบาล ร่วมแถลงถึงกรณีนายวีระ พันทิพย์ อายุ 63 ปี ถูกแมวข่วนที่ขา แล้วแผลติดเชื้อลุกลามอย่างรุนแรงจนเน่า โดย นพ.เฉลิมพงษ์ กล่าวว่าประวัติผู้ป่วยก่อนเข้ารับการรักษาในเบื้องต้นถูกแมวข่วนมา 7 วัน โดย 3 วันก่อนจะมาร.พ. คนไข้มีอาการปวดแสบร้อน ตึง และเริ่มมีน้ำเหลืองออกมา ก็เลยเดินทางมาร.พ.ในวันที่ 18 ม.ค.

นพ.เฉลิมพงษ์กล่าวว่า แพทย์ที่รักษาเป็นแพทย์ด้านศัลยกรรม โดยผ่าตัดเอาแค่หนองออก ก่อนพบข้อสงสัยว่าน่าจะเป็นโรคแบคทีเรียกินเนื้อ” เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างรุนแรง ลักษณะของเชื้อชนิดนี้คือชอบกินไปที่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ไขมันใต้ผิวหนัง และเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ก่อนจะเข้าสู่กล้ามเนื้อ หลังจากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคดังกล่าว ในช่วงค่ำวันเดียวกันก็รีบนำเข้าห้องผ่าตัดใหม่ทันที โดยตัดเนื้อที่ตายออกเพิ่ม เพราะเชื้อชนิดนี้มีสารพิษทำลายเนื้อเยื่อรุนแรงโดยตัดออกจำนวนมากตามภาพที่ปรากฏ เนื่องจากหากปล่อยไว้เชื้ออาจจะแพร่กระจาย จนอาจจะติดเชื้อในกระแสเลือด หรือต้องตัดขาทิ้ง

ผอ.ร.พ.วชิระภูเก็ตกล่าวอีกว่า หลังจากนั้นให้ยาฆ่าเชื้อ ให้สารน้ำต่างๆ เพื่อประคับประคอง และพบว่าผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ และโรคไต เป็นภาวะหนึ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง และเป็นโรคนี้ได้ง่าย ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ม.ค. แพทย์พบว่าเชื้อลุกลามจากเท้าขึ้นมาที่ต้นขา จึงตัดสินใจเปิดแผลอีกครั้ง และตัดเนื้อที่ตายออกทิ้ง ให้เนื้อใหม่ค่อยๆ สร้างขึ้นมา ในการตัดจะไม่ตัดเนื้อที่ตายทั้งหมด ซึ่งจุดที่ก้ำกึ่งมีโอกาสที่จะสร้างขึ้นมาก็จะปล่อยไว้ หรือหากตัดหมด ก็อาจทำให้พิการ จึงต้องพิจารณาตรงนี้ด้วย

“อาการยังอยู่ในขั้นที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเป็นเชื้อรุนแรงมากเป็นพิเศษ ประกอบกับบาดแผลเกิดจากแมวข่วนด้วย ทำให้แบคทีเรียชนิดที่เจริญเติบโต โดยไม่ต้องการออกซิเจนเข้ามาแทรก จึงน่าเป็นห่วง แต่ทีมแพทย์พยาบาลก็ช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่ จากที่ประเมินยังมีความหวังที่จะหายได้โดยไม่ต้องตัดขา แต่อาจจะต้องใช้เวลานาน หลังจากแผลดีขึ้นก็จะเอาเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นของร่างกายมาซ่อมแซม ในระยะสั้นหากดีขึ้น อาจต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ส่วนระยะเวลาที่แผลจะหาย และกลับบ้านได้นั้นน่าจะประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างต่ำ แพทย์จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และอาจจะผ่าตัดเพิ่มเติมหากพบมีเนื้อตายเพิ่ม” ผอ.ร.พ.วชิระภูเก็ตกล่าว

นพ.เฉลิมพงษ์กล่าวต่อว่า โรคแบคทีเรียกินเนื้อพบค่อนข้างน้อย ความเสี่ยงที่เกิดโรคนี้ส่วนใหญ่พบในคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ ถ้าคนทั่วไปมีภูมิคุ้มกันปกติ ไม่ว่าจะโดนสัตว์ข่วนกัด หรือวัตถุทิ่มตำ แผลจะหายเองตามธรรมชาติ แต่คนภูมิต้านทานต่ำ หรือภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือบางคนกินยาสเตียรอยด์ ก็อาจมีความเสี่ยงเป็นโรคนี้ได้บ่อยกว่า ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดให้สังเกตอาการเมื่อมีแผลไม่ว่าจุดไหนก็ตาม ทั้งแผลสัตว์กัด หกล้ม ตะปูตำ หรือฉีดยา แล้วแผลมีอาการปวดบวมแดงอย่างรวดเร็ว มีการลุกลามก็อาจจะเป็นได้ ที่ต้องทำคือรีบพบแพทย์ มาเร็วเท่าไหร่ความสูญเสียน้อย หากมาช้าอาจถึงชีวิตได้

ส่วน นพ.วีรศักดิ์กล่าวว่า อยากเตือนถึงคนที่เลี้ยงสัตว์ที่โดนกัด อย่าคิดว่าไม่เป็นไร หากถูกกัดแล้วพบว่าแผลฉีกขาด แสดงว่าเชื้อโรคอาจเข้าไปในผิวหนังได้ จึงต้องรีบปฏิบัติใน 3 ข้อ คือ 1.ต้องทำความสะอาดแผล 2.ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ สำหรับแผลถูกสัตว์กัดจะไม่เหมือนกับแผลมีดบาด หรืออื่นๆ เพราะจะมีเชื้อจากปากสัตว์เป็นเชื้อแบคทีเรียแบบไม่มีออกซิเจน จึงต้องให้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ให้เชื้อลุกลาม 3.ให้วัคซีน อย่าคิดว่าแมว สุนัขตัวเล็กๆ กัดจะไม่มีเชื้อโรค เช่น พิษสุนัขบ้า แต่พบว่ามีในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกือบทั้งหมด ดังนั้นถ้าถูกสัตว์กัดแล้วจะต้องฉีดวัคซีน ทั้งโรคกลัวน้ำ และพิษสุนัขบ้า อย่านิ่งนอนใจว่าสัตว์ไม่เป็นไร คนต้องไม่เป็นไร จากประวัติเคยพบว่าคนถูกกัดตาย แต่สัตว์ไม่ตาย จึงควรปฏิบัติ 3 สิ่งนี้เพื่อความปลอดภัยจากโรค

ขณะที่ น.ส.รุ่งนภา งามจันทร์ ลูกสะใภ้ ผู้ดูแลนายวีระ และเป็นผู้ที่โพสต์ในเฟซบุ๊กเกี่ยวกับอาการของพ่อสามี กล่าวว่านายวีระถูกแมวข้างบ้านข่วนที่บริเวณหน้าแข้ง น่องขวาเป็นทางยาว และเลือดไหลออกมาเล็กน้อย เมื่อวันที่ 16 ม.ค. แต่ไม่ได้หาหมอ หรือพาไปฉีดวัคซีนในทันที เพราะไม่คิดว่าแผลขนาดนี้จะมีอันตราย กระทั่งวันที่ 17 ม.ค. รอยข่วนที่บริเวณหน้าแข้งเริ่มบวมและมีไข้ คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก จนกระทั่งวันที่ 19 ม.ค. รู้สึกไม่ดี จึงนำส่ง ร.พ.วชิระภูเก็ต เพื่อให้แพทย์ดูอาการ จากนั้นแพทย์ผ่าตัดในคืนเดียวกัน ตัดเนื้อที่ติดเชื้อออก เนื่องจากบาดแผลติดเชื้อรุนแรง แพทย์ระบุว่าติดเชื้อใต้ผิวหนัง ต่อมาวันที่ 21 ม.ค. รอยข่วนที่บริเวณน่องขวาเริ่มบวม แพทย์จึงต้องผ่าตัดเอาเนื้อที่ติดเชื้อออกอีก

น.ส.รุ่งนภากล่าวต่อว่า ขณะนี้ครอบครัวลำบากมาก เนื่องจากสามีต้องโทษติดคุก ตนเองต้องทำงานเลี้ยงดูลูกตามลำพัง ส่วนน้องสาวสามีก็ประสบอุบัติเหตุ ทำงานไม่ได้ ขณะที่นายวีระเป็นคนขับเรือหาเงินเลี้ยง แต่ก็มาป่วยขาติดเชื้อรอการผ่าตัด ทำให้ยิ่งลำบาก ขาดรายได้ และคนดูแล ลูกชายอีกคนก็ไม่ได้มาดูแล ถึงแม้อาการนายวีระจะดีขึ้น และออกไปอยู่บ้านก็ต้องลำบาก ไม่มีเงินจุนเจือ เพราะทำงานไม่ได้ อยากให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะลำบาก ไม่รู้จะพึ่งใคร ยังรู้สึกไม่คาดคิดว่าแผลแค่นี้จะทำให้เกิดลุกลามจนมากมายขนาดนี้ หากรู้ว่าอันตรายก็จะพามารักษาตั้งแต่เนิ่นๆแล้ว

ที่มา:khaosod