มอดไม้เหิมตัดไม้หวงห้าม กลางป่าอุทยานฯเมืองกาญจน์

11.20

หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ สนธิกำลังตรวจยึดไม้หวงห้าม ถูกกลุ่มมอดไม้ตัดทิ้งกลางป่า ก่อนแจ้งตามจับตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานมีผู้ลักลอบตัดไม้แปรรูป บริเวณป่าบ้านเกรียงไกร หมู่ 3 ต.เขาโจด ในเขตพื้นที่อุทยานฯ ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.13 (แสวงบ่า) เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงบริเวณกลางป่าไผ่ พบต้นพฤกษ์ขนาดใหญ่ 2 คนโอบ ถูกตัดโค่นเหลือแต่ตอ กับไม้ท่อนถูกผ่ายาวเหลือครึ่งท่อน กว้าง 60 เซนติเมตร หนา 25 เซนติเมตร ยาว 3 เมตร ห่างไปเล็กน้อยพบต้นพฤกษ์ ถูกตัดด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ยาว 3 เมตร อีก 2 ท่อน จึงทำการตรวจยึด โดยไม่พบผู้กระทำผิด เชื่อว่าคงไหวตัวหลบหนีไปก่อน จากนั้นได้นำไม้ของกลางไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ศร.6 ( เขาเขียว – เขาวงค์ ) และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป

11.22
11.23

ที่มา เดลินิวส์

ดช.-ดญ.จม3ศพ พากันไปว่ายเล่นในฝาย เจอน้ำเชี่ยวจนหมดแรง

11.33

เหตุสลด 5 ด.ช.-ด.ญ. ไปเล่นน้ำในฝายกั้นน้ำแก้มลิง อ.อรัญประเทศ แต่ด.ญ. 3 คนถูกกระแสน้ำพัดออกไปกลางฝาย กลุ่มเด็กชายและแม่ของเด็กหญิงกระโดดลงไปช่วย แต่สำลักน้ำจนด.ช. คนหนึ่งใกล้หมดแรงว่ายขึ้นฝั่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน มาช่วยแม่กับเด็กหญิงได้ 1 คน แต่มี 2 ด.ญ.-1 ด.ช.จมหายไป ต่อหน้าต่อตา หน่วยกู้ภัยใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะงมขึ้นมาได้ทั้งหมด

เมื่อ เวลา 14.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ร.ต.ท. ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวร สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับแจ้งจากกู้ภัยอรัญประเทศว่า มีเด็กนักเรียนไปเล่นน้ำที่ฝายกั้นน้ำแก้มลิงบ้านด่าน ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ และจมน้ำหายไปหลายราย จึงรีบเดินทางมาตรวจสอบพบชาวบ้านจำนวนนับร้อยคนเดินทางมามุงดู โดยหน่วยกู้ภัยนำศพด.ญ.นพมาศ หรือน้องครีม มีอาสา อายุ 13 ปี อยู่บ้าน 314 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ ขึ้นมาได้ โดยระบุว่ามีเด็กอีก 2 คนที่ยังตามหาไม่พบ ใกล้กันพบนางวาสนา บันทูรย์ อายุ 37 ปี และด.ญ.ปรีชญาปรัช ใช้เสือ อายุ 11 ขวบ ลูกสาวหมดสติอยู่ในสภาพเปียกปอน จึงนำส่งร.พ.

นายประเสริฐ บุญ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.7 บ้านสุขมงคล ต.บ้านด่าน อ.อรัญประเทศ พลเมืองดีให้การว่าขณะที่ทำงานอยู่ที่เสาข้างทางริมถนนใกล้กันกับฝายแก้มลิง ที่เกิดเหตุ มีเด็กขี่รถจักรยานยนต์มาขอความช่วยเหลือว่ามีคนจมน้ำ จึงซ้อนท้ายมาที่ฝายพบนางวาสนา กับเด็กชาย-หญิงอีกหลายคน กำลังจมน้ำจึงกระโดดลงไปช่วยนางวาสนา กับลูกสาวขึ้นมาได้ แต่เด็กอีก 3 คนจมหายไปต่อหน้าต่อตา จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือ

ด้าน หน่วยกู้ภัยระบุว่าหลังได้รับแจ้งเดินทางมาแต่ไม่พบเด็กที่จมน้ำแล้ว จึงลงไปช่วยกันงมหากระทั่งพบศพด.ญ.นพมาศ นำขึ้นมาได้รายเดียว โดยระหว่างนั้นพ่อและย่าของเด็กทราบข่าวเมื่อเดินทางมาพบศพก็โผเข้ากอด ร่ำไห้เป็นที่น่าเวทนาของชาวบ้าน

จากนั้นเจ้าหน้าที่และชาว บ้านใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงจนตอนค่ำสามารถงมศพที่เหลือขึ้นมาได้คือด.ช.ธวัช บันทูรย์ และด.ญ.ปรัชญาประวี ใช้เสือ อายุ 11 ขวบ คู่แฝดด.ญ.ปรีชญาปรัช ที่รอดชีวิตมาได้ จึงนำศพส่งตรวจเพิ่มเติมที่ร.พ.

ด้าน ด.ช.ณัฐพล อิศโร อายุ 14 ปี ให้การว่าเด็กๆ ทั้งหมดเป็นคนบ้านใหม่หนองไทร ชักชวนกันมาเล่นน้ำที่ฝาย โดยนางวาสนา แม่ของเด็กหญิงคู่แฝดตามมาดูแลด้วย โดยตอนแรกเล่นน้ำกันบริเวณริมตลิ่งใกล้กับท่อที่มี น้ำไหลออกมา แต่ระหว่างนั้นคู่แฝด และด.ญ.นพมาศ พลัดตกลงไปในน้ำแล้วถูกกระแสน้ำจากท่อพัดออกไปกลางฝาย ตนกับด.ช.ธวัช และนางวาสนา กระโดดลงไปช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถพาคนขึ้นมาได้จนกำลังจะหมดแรงจึงตัดสินใจว่ายเข้าฝั่งไปขอความ ช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่ก็มีเพื่อน 3 คนที่ช่วยไว้ไม่ทัน

ที่มา ข่าวสด

ชาวเน็ตจวกยับ หลังป๋อมแป๋ม สาวไซต์ไลน์ live สด แต่ลืมเก็ของบางอย่าง

29304

โดนขุดโดนด่าไม่เว้นแต่ละวันสำหรับ “ป๋อมแป๋ม” อดีตสาวที่อยู่ในคลิปดังโดนไล่ออกนอกคอนโด หลังจากเกิดเพราะมีชาวเน็ตบางส่วนสงสารที่โดนถ่ายคลิปขณะเปลือยกาย ในขณะที่หลายคนต่างรุมวิจารณ์ในแง่ลบต่างๆมากมายทั้งในเฟซบุ๊คส่วนตัว และอินสตาแกรม

ล่าสุดกลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งหลังจากเพจดังได้แคปภาพขณะที่ “ป๋อมแป๋ม” ไลฟ์สดผ่านแอพดังแต่ด้านหลังลืมเก็บอุปกรณ์ต้องห้ามไว้บนหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สร้างความตกใจให้กับชาวเน็ตหลายคนที่เห็นและแสดงความเห็นด้านลบเป็นอย่างมาก

2930529306

ที่มา teenee

คสช.รับใช้อำนาจ ม.44 บุกจับ 10 ประชาชน คุมตัวค่ายทหาร แต่ยังไม่ตั้งข้อหา

28-4-59-07

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวประชาชน10 คน ซึ่ง 8 รายในพื้นที่กรุงเทพมหานครในมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) และอีก2รายที่ค่ายมณฑลทหารบกที่ 23 ( มทบ.23) จ.ขอนแก่น

เป็นไปตามการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียมาโดยตลอด พร้อมทั้งมีหลักฐานที่สมบูรณ์ในการเอาผิดทางคดีได้ แต่ในตอนนี้อยู่ในขั้นตอนแรกคือทหารจะควบคุมตัวบุคคลดังกล่าวตาม มาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ซึ่งคุมตัวไม่เกิน 7 วัน เพื่อพูดคุยขอความร่วมมือ และสอบสวนร่วมกันระหว่าง คสช. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

ส่วนการตั้งข้อนั้นตอนนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหา เพราะต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อน อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นจากการสอบพฤติกรรมในการใช้สื่อนั่นเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ส่วนจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ พ.ศ2559 หรือไม่นั้นขณะอยู่ระหว่างตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนขอย้ำว่าอยากให้ทุกภาคส่วนระมัดระวังความคิดเห็นส่วนจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่นั้นทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะชี้แจงรายละเอียดอีกที ทำนองเดียวกันนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านการเลือกตั้ง ออกมาระบุว่าสามารถแสดงความเห็นได้แต่ต้องระวังในเรื่องรายละเอียดของเนื้อหาเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย สำหรับการติดตามกลุ่มต่างๆที่เคลื่อนไหวในการทำประชามตินั้น ทางเจ้าหน้าที่จะพิจารณาในภาพกว้างๆไม่เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษแต่จะดูทุกเรื่องทุกประเด็น

เมื่อถามว่าบุคคลทั้ง2 ที่ถูกคุมตัวที่ ขอนแก่นมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าว ตนยังไม่ได้รับข้อมูลแต่คาดว่าขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนที่นายจตุพร ออกมาระบุว่าทีมงานตนถูกคุมตัวไปในชุดดังกล่าว ตนยังไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ต้องรอผลการสอบสวนก่อนแล้วจะชี้แจงให้ทราบว่ามีข้อมูลอย่างไร

เมื่อถามว่าจากกรณีดังกล่าวทางกลุ่มพลเมืองโต้กลับจะออกมาชุมนุม ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทาง คสช จะดำเนินการอย่างไร พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขอย้ำว่าการเคลื่อนไหวๆใดๆจะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย เชื่อการออกเคลื่อนไหวดังกล่าวคนในสังคมคงไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็จะทำตามกรอบกฎหมายที่มี หากมีการนัดรวมตัวกันไม่ถึง5คนตามที่ระบุในกฎหมายแต่หากตรวจสอบแล้วมีพฤติกรรมใกล้เคียง หรือเข้าข่าย หรือพฤติกรรมรวมกลุ่มเดียวกันเราจะมองที่เจตนาเป็นหลัก

“การที่เจ้าหน้าที่ไปเชิญบุคคลเพื่อขอความร่วมมือ เพื่อไม่ให้มีการขัดขืน ซึ่งเป็นการกระทำอย่างเปิดเผย เพียงแต่ข้อมูลในโลกโซเชียลมิเดียนั้นต้องการดึงความสนใจให้มองว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ผมย้ำว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกรอบกฎหมาย รวมทั้งเปิดเผยว่าทุกคนยังอยู่ในการคุมตัวของเจ้าหน้าที่ไม่ได้อุ้มหายไปไหน ทุกคนยังอยู่ และการถูกควบคุมตัวก็มีที่มาที่ไป เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ”โฆษก คสช. กล่าว และว่า สำหรับรายชื่อทั้ง 10 คนนั้นตนยังไม่ขอเปิดเผยรอการตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนจะชี้แจงอีกที

ที่มา : khaosod

ร้อง “ปวีณา” ลูกชายวัย 1 ขวบเศษดับปริศนา! หลังแม่ฝากเพื่อนบ้านเลี้ยง

20-4-59-05

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 เม.ย. ที่สำนักงานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ถนนขวาพระ ต.พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา น.ส.ศิริพร เหมือนหนู อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 4 ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม

เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีด.ช.ธนวัฒน์ อินทะคำภู ลูกชายวัย 1 ปี 7 เดือน ที่ฝากให้น.ส.จีอนันท์ บุญเปรม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/94 หมู่ที่ 2 หมู่บ้านร่มฟ้า ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม เลี้ยงแล้วเสียชีวิตอย่างมีปริศนาเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งน.ส.ศิริพรมารดาของเด็กที่เสียชีวิต ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือผ่านทางหน้าเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยในวันนี้นางปวีณาพร้อมด้วยมารดาของเด็ก จึงพากันเข้าพบผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม

นางปวีณา กล่าวว่า ด้วยเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. น.ส.ศิริพรได้ร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิว่า ตนทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม มีลูกชาย 1 คนชื่อด.ช.ธนวัฒน์ อินทะคำภู หรือน้องพีท อายุ 1 ขวบ 7 เดือน โดยตนกับสามีแยกทางกัน

ตลอดเวลาที่ผ่านมาบิดาของตนคือตาของเด็ก จะเป็นคนเลี้ยงน้องพีท แต่ด้วยเมื่อวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนนำน้องพีทไปจ้าง น.ส.จีอนันท์ บุญเปรม อายุ 37 ปี คนข้างบ้านเลี้ยง เนื่องจากบิดาป่วยไม่สามารถเลี้ยงน้องพีทได้ โดยมารดาของเด็กจ่ายค่าจ้างเลี้ยงแก่ผู้รับเลี้ยงวันละ 100 บาท โดยตอนเช้าจะพาน้องพีทไปส่งที่บ้านคนรับเลี้ยง ตอนเย็นของทุกวันก็จะไปรับกลับมาเลี้ยงเอง

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. บิดาของน.ส.ศิริพรป่วยหนัก จนต้องเข้ามานอนรักษาตัวที่ รพ.นครปฐม น.ส.ศิริพรจึงต้องไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล จึงโทรไปบอกกับคนที่เลี้ยงว่าให้ช่วยเลี้ยงน้องพีทช่วงกลางคืนด้วย เนื่องจากน.ส.ศิริพรต้องเฝ้าไข้พ่อที่ป่วย โดยจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้ ซึ่งคนที่รับเลี้ยงน้องพีทก็เลี้ยงให้

20-4-59-05 2

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. คนเลี้ยงน้องพีทได้โทรมาแจ้ง น.ส.ศิริพรว่า น้องพีทไม่สบายมากมีไข้ขึ้น ให้รีบกลับไปรับตัวน้องพีทไปหาหมอที่โรงพยาบาล แต่ระหว่างทางได้สวนทางกับคนเลี้ยง ซึ่งบอกว่าเห็นน้องพีทมีอาการช็อค จึงต้องรีบนำตัวเด็กส่งมาที่โรงพยาบาลก่อน เมื่อมาถึงรพ.แพทย์นำตัวน้องพีทเข้าห้องไอซียูเด็กทันที

จากนั้นน.ส.ศิริพร สอบถามคนเลี้ยงว่า ทำไมน้องพีทถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งคนเลี้ยงบอกว่า ช่วงกลางวันวันที่ 15 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงวันสงกรานต์ คนเลี้ยงอ้างว่าให้น้องพีทกับลูกของคนเลี้ยงวัย 4 ขวบเล่นน้ำในอ่างน้ำที่เป็นแบบสูบลม แล้วน้องพีทเกิดลื่นล้มหัวฟาดพื้นหัวโน ขณะนั้นคิดว่าน้องพีทคงไม่เป็นอะไรมาก จึงไม่ได้พาไปหาหมอหรือแจ้งให้ตนคือแม่น้องพีททราบ จนกระทั่งคืนวันที่ 15 เม.ย. น้องพีทมีไข้ขึ้นสูงมาก จึงโทรแจ้งให้ตนทราบ และพาน้องพีทส่งโรงพยาบาล

จากนั้น มารดาเด็กจึงเข้าไปดูแลลูกชายและสอบถามอาการของลูกจากหมอ ซึ่งหมอก็แจ้งว่า น้องพีทหมดสติมานานก่อนจะมาถึงโรงพยาบาล หมอต้องปั๊มหัวใจและใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา จากการตรวจสอบหมอบอกว่า เหยื่อหุ้มสมองของน้องพีทบวม ทำให้เลือดคั่งและเลือดออกในสมองมาก ซึ่งน่าจะเกิดจากการกระแทก เนื่องจากพบร่องรอยช้ำเป็นจ้ำหลายจุด บริเวณแขน หน้าอก ใบหน้า ใบหู และตามขาน้องพีท ซึ่งอาการของน้องพีทโคม่าตลอด ต่อมาเวลา 03.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย. หมอได้แจ้งว่า น้องพีทได้เสียชีวิตแล้ว แม่เด็กเสียใจมาก และไม่รู้จะทำอย่างไร จึงขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯเพื่อให้ช่วยประสานงาน หาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

นางปวีณา กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจึงได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม สอบถามทางด้านคดี และขอให้นำศพน้องพีทส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดต่อไป และวันนี้ ตนในฐานะประธานมูลนิธิฯ ซึ่งได้รับการร้องเรียนจึงนัดหมายกับมารดาของเด็ก เพื่อเข้าพบผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เพื่อติดตามความคืบหน้าด้านคดีความต่อไป

หลังจากรับเรื่อง และจากการเข้าพบ ของนางปวีณาฯ และมารดาของเด็กที่เสียชีวิต พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม จึงเรียก ร.ต.อ.ปิยศักดิ์ ราชาวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม เจ้าของคดีผู้รับแจ้งชันสูตรพลิกศพ น้องพีทที่เสียชีวิต และพ.ต.ท.ปรีชา วงศ์จรัสเกษม รองผู้กำกับ (สอบสวน)หัวหน้างานสอบสวนในคดี เข้าพบสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการในคดีดังกล่าว

ซึ่งพนักงานสอบสวนรายงานว่า กรณีดังกล่าวหลังเข้าชันสูตรพลิกศพเด็กที่โรงพยาบาลแล้วได้เชิญมารดาเด็ก และผู้ที่รับเลี้ยง มาสอบปากคำในชั้นต้น และได้แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.จีอนันท์ ผู้รับเลี้ยงน้องพีท ข้อกล่าวหาว่า “กระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ผู้ต้องหามีหน้าที่ดูแลผู้ตายแต่ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอเป็นเหตุให้ด.ช.ธนวัฒน์ เล่นตามลำพังจนได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา”

ขณะที่ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด นครปฐม หลังรับข้อมูลและรับรายงาน จากพนักงานสอบสวนแล้ว สั่งกำชับเพิ่มเติมให้ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดและรัดกุม หากพบว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดจริง ประมาทเลินเล่อจริง ก็ให้ดำเนินการไปตามกฎหมายที่บัญญัติ ซึ่งนางปวีณา และมารดาของน้องพีทก็ได้รับความพอใจ ก่อนเดินทางกลับ นางปวีณามอบเงินช่วยเหลือ แก่มารดาน้องพีท จำนวน 5,000 บาท และรับปากว่าจะติดตาม ความคืบหน้า เป็นระยะ เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไป

ที่มา : khaosod

“บินไทย”เซ็ง!! ก่อการร้ายยุโรปกระทบยอดขายตั๋ว-แห่ยกเลิกเพียบ

8-4-59-14

นายธีรพล โชติธนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด กล่าวถึงผลกระทบจากกรณีเกิดเหตุก่อการร้ายในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ว่าขณะนี้มีสัญญาณและเชื่อว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดการจองตั๋วโดยสารในเส้นทางที่จะบินเข้ายุโรปทุกจุดบิน ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงการรอดูสถานการณ์

คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จากนี้จะเห็นภาพที่ชัดเจน หากไม่มีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นมั่นใจว่าตลาดยุโรปจะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนตลาดการบินในภูมิภาคเอเชียถือว่าดีขึ้นทั้งเส้นทางบินญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี ฯลฯ

“โชคดีว่านักท่องเที่ยวยุโรปยังบินมาเที่ยวไทย แต่จากไทยบินไปยุโรปปรากฏว่าขอเลื่อนและเปลี่ยนจุดบินแล้ว ส่วนการยกเลิกถือว่ายังไม่มากต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง แต่ที่น่าเป็นห่วงเพราะทุกสายการบินเจอสถานการณ์เดียวกันคือผลกระทบจากภัยก่อการร้ายในยุโรป ปัญหาจะยืดเยื้อยาวนานหรือไม่คงต้องดูระดับการเตือนภัยของแต่ละประเทศด้วย”

แหล่งข่าวจากบริษัทการบินไทยเผยว่า ผลกระทบตลาดยุโรป ผู้โดยสารจำนวน 180 คนที่จองเดินทางไปยังกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ขอเปลี่ยนจุดลงไปที่เยอรมนี ส่วนยอดการจองตั๋วล่วงหน้าในเดือนถัดไปแจ้งยกเลิกแล้วประมาณ 15% ในขณะที่เส้นทางบินไปเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และกรุงโรม ประเทศอิตาลี ยังปกติ

ที่มา : khaosod

รวบพ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกสาววัย 14 บังคับเสพยาบ้า ถ่ายคลิปไว้ดู แม่สุดทนโดนข่มขู่สารพัด

5-4-59-25

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 5 เม.ย. นายรณภพ เวียงสิมมา นายอำเภอจอมบึง จ.ราชบุรี และนายวินัย จันทนะโสตถิ์ กำนัน ต.ด่านทับตะโก และประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.ราชบุรี ร่วมกันสอบปากคำนางสอง (นามสมมติ) อายุ 42 ปี และด.ญ.จุ๋ม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี หลังจาก 2 แม่ลูกเข้าร้องเรียนกับชุดเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามของ อ.จอมบึง ว่า ด.ญ.จุ๋มลูกสาวของตนเองถูกพ่อเลี้ยง อายุ 46 ปี ชาว จ.ราชบุรี ข่มขืนกระทำชำเรา แล้วยังบังคับให้เสพยาเสพบ้า และยังใช้มือถือถ่ายคลิปขณะที่ลูกสาวอยู่ในสภาพเปลือยอก เนื่องจากเมายา

เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจึงไปติดตามตัวพ่อเลี้ยงมาสอบสวน และพบว่านายคงศักดิ์มียาบ้าไว้ในครอบครองจำนวน 20 เม็ด เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง พร้อมกับส่งตัวด.ญ.จุ๋มไปตรวจร่างกาย เพื่อหาร่องรอยของการถูกข่มขืนที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง

นายรณภพ กล่าวว่า หลังชุดเฉพาะกิจฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนก็ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอมบึง ไปติดตามจับกุมตัวพ่อเลี้ยงได้ที่บ้านและพบว่ามียาบ้าจำนวน 20 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในจานข้าวที่พ่อเลี้ยงอ้างว่ากำลังกินอยู่ จึงนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย

ส่วนในคดีข่มขืนลูกเลี้ยงนั้นได้สอบถามนางสองแล้ว ก็ให้การว่าตนออกไปทำงานและปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับพ่อเลี้ยง และญาติๆ ของพ่อเลี้ยงที่บ้าน ไม่นานก็สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีอาการซึมเศร้าจึงเค้นถามลูกสาว จนรู้ความจริงว่าถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนมาหลายครั้งแล้ว แถมยังบังคับให้เสพยาบ้าอีก ตนจึงพาลูกหนีออกมาจากบ้าน แต่พ่อเลี้ยงยังพยายามที่จะตามหา โดยส่งข้อความมาข่มขู่กับตนว่า ถ้าไม่ส่งลูกสาวกลับไปให้ หากเจอที่ไหนก็จะทำร้าย จะขับรถเหยียบบ้าง ซึ่งพ่อเลี้ยงส่งข้อความมาข่มขู่ตนเองและลูกสาวหลายครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีข้อความส่งมาด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนตนทนไม่ไหวจึงต้องพาลูกสาวมาร้องเรียน เพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าตนกับลูกสาวจะไม่ปลอดภัย ก่อนจะเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.จรินทร์ เที่ยงธรรม ร้อยเวร สภ.จอมบึง จ.ราชบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงให้ถึงที่สุด ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และบังคับขืนใจให้เสพยาเสพติด ส่วนทางอำเภอจอมบึงก็จะได้ประสานไปยังนักจิตวิทยามาช่วยฟื้นฟูภาพจิตใจของด.ญ.จุ๋ม ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน รอผลการตรวจร่างกายของเด็กจากทางโรงพยาบาลเพื่อความชัดเจนต่อไป

ที่มา : khaosod

กวาดเกลี้ยงแผง หวยรถเบนซ์บิ๊กตู่! เผยเลขเด็ด รธน. ก็น่ารักน่าลุ้น

30-3-59-30

ไม่ต้องไปหาเลขท้าย 29-92 ทะเบียนรถเบนซ์กันกระสุนคันใหม่ ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถูกกวาดเกลี้ยงแผงไปแล้ว แม่ค้าอยากขายแต่ไม่มีให้ขาย นักเสี่ยงโชคยังมีเลขชุดที่เกี่ยวเนื่องกัน รวมทั้งเลขเด็ดจาก กรธ.ให้ได้ลุ้น

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงตรวจสอบตามแผงขายลอตเตอรี่บริเวณ ถ.เทศบาลดำริ 3 ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นจุดที่มีพ่อค้าแม่ค้านำลอตเตอรี่มาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก จากการสังเกตพบว่าได้มีนักเสี่ยงโชคทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ ต่างออกมาซื้อเลข 29 และเลข 92 กันอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะเลขดังกล่าวได้ขายหมดตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว

จากการสอบถาม นางดารัตน์ มั่นทอง อายุ 55 ปี หรือ ป้าม้วย แม่ค้าขายลอตเตอรี่เล่าให้ฟังว่า บรรยากาศการขายลอตเตอรี่ของงวดนี้ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาได้มีนักเสี่ยงโชคออกมาหาซื้อเลข 29 และเลข 92 ซึ่งเป็นเลขเด็ดกันเป็นจำนวนมาก จนเลขดังกล่าวขายหมดเกลี้ยงแผงไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่วันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าก็ยังมีนักเสี่ยงโชคออกมาหาซื้อเลข 29-92 ซึ่งเป็นเลขทะเบียนรถเบนซ์กันกระสุนคันใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี กันไม่ขาดสาย ซึ่งแม่ค้าก็อยากจะขายแต่ไม่มีให้ขาย

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาว่า เลขเด็ดที่มีการพูดคุย และกะเก็งกันในงวดนี้ นอกจากเลขรถกันกระสุนยี่ห้อเบนซ์คันใหม่ของนายกรัฐมนตรี ทะเบียน 4กด 29 และ 4กต 29 ยังมีรุ่นรถ คือ S600 ราคารถ 78 ล้านบาท รถคันเดิมของนายกฯ ทะเบียน ญค 1881 ยังรวมไปถึงตัวเลขที่กรธ.นัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 29 มี.ค. เวลา 13.39 น. มีทั้งสิ้น 279 มาตรา 16 หมวด ปรับแก้ไข 88 มาตรา ซึ่งแล้วแต่ว่าใครจะเลือกซื้อ หรือถูกโฉลกกับเลขไหน

ที่มา : thairath

งามไส้!! ประธานบริษัท Swiss ถูกแท๊กซี่ไทยฟันค่าโดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสาทร 6,000 บาท

29-3-59-18

วันนี้ President มาจาก Swisszerland ถึงสุวรรณภูมิ ก่อนเวลานัดหมายหลายชม. จึงแนะนำให้เรียกแท๊กซี่ที่สนามบิน เนื่องจาก 2 ท่านมาเมืองไทยครั้งแรก และขึ้นรถ Taxi เขียวเหลือง จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงโรงแรม W สาทร เวลา 11.51am. และแจ้งเรียกค่าโดยสาร 6000 บาท (หกพันบาท) โดยไม่กดมิเตอร์

คนต่างชาติไม่อยากมีเรื่องจึงจ่ายเงิน และไปแจ้ง รร. พอดีเราไปถึงพอดี เขาบ่นกับเราว่า Up Set มาก เคยมีคนเตือนแล้วแต่ไม่คิดจะเกิดกับตนเอง ผมถามถึง กท.รถ แต่ตอบไม่ได้ จึงขอให้รร. ดูกล้อง CCTV

ผมเริ่มโทรไปแจ้งตำรวจท่องเที่ยว 1155 หวังว่าจะมาดูแลแขกต่างชาติ แต่บอกมาไม่ได้ ให้ไปแจ้งสน.ท้องที่เอง ผมเลยแจ้งที่ จส.100 และ สนามบินสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ให้แจ้งที่ 1584 กว่า จะแจ้งได้ ก็ปาไปกว่า ครึ่งชม.

ส่วนภรรยาพยายามติดต่อรร. ให้ช่วย เจ้าหน้าที่ รร. ดับเบิ้ลยู ต่างหดหู่กับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่ แท๊กซี่ไทยทำเอาขายขี้หน้า

ความรู้สึกตอนนั้น โกรธมาก เหมือนโดนฝรั่งตบหน้า เขาได้แต่บ่นว่าไม่น่าทำกับเขาเช่นนี้ เขาจะกลับไปบอกเพื่อนๆที่ สวิสต์เซอร์แลนด์

29-3-59-18 2

เราคนไทยอายแทน มันฉีกหน้าความเป็นสยามเมืองยิ้มมากๆ หน่วยงานเดียวที่ดีสุดคือเอกชน คือตัวแทนรร. รีบให้เจ้าหน้าที่ W สุวรรณภูมิ ไปดู โชคดี รร.ลงไปเล่นเองที่ บริเวณจุดจอดรถ แท๊กซี่ และเจอรถ Taxi คันดังกล่าว จึงรี่เข้าคุย และคงขู่ว่าจะแจ้งความเอาถึงที่สุด ฝ่าย รร.โทรมาสอบถามว่า แขกจ่ายเงินไปเท่าไหร่ ได้รับคำตอบว่า 6000 บาท โชเฟอร์จึงยอมคืนเงินให้ 5400 บาท

ขอบคุณ คุณสมคิด เจ้าหน้าที่รร. ดับเบิ้ลยู ขอบคุณทีมงานหน้าฟร้อนท์ ทุกคน และหวังว่าเหตุการณ์ นี้จะต้องไม่เกิดกับแขกนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

ขอฝากไปยังกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สนามบินสุวรรณภูมิ สมาคมคนขับรถแท๊กซี่ ขออย่าได้แสดงความเป็นโจร นักต้มตุ๋น หากินกับ นักท่องเที่ยวอีกเลย ฝ่ายหนึ่งเร่งสร้างให้ต่างชาติมาไทย ส่วนคนไทยแท้ๆ จ้องจะฟันแขกต่างชาติเขา ระวังกรรมจะตามทัน

ตอนเย็นไปส่ง แขกที่รร.และได้รับเงินคืน เขาดีใจมาก และไม่ติดใจ และผมจึงมอบเงินรางวัล 1 พันบาทเป็นน้ำใจ สำหรับคุณสมคิด ที่เสียเวลา โทรขอบคุณเขา อย่างน้อยก็รักษาหน้าป.ไทยไปได้อีก 1 เคส

เหนื่อยใจ กับคนไทยในคราบโจร

ตอนนี้ กรมขนส่งทราบเรื่องแท๊กซี่นี้แล้ว เขาจะเรียกตัวไปสอบสวน และทำทัณบนต์

ที่มา : postjung

“เมธาพันธ์” ของขึ้น!! ท้าดีเบต “พุทธะอิสระ-ไพบูลย์” จบปัญหาตั้ง “สังฆราช-ปฏิรูปพุทธ”

29-3-59-02

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ.ได้มอบให้ตนไปหารือระหว่างพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ฝ่ายต่อต้านการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ว่า

ยอมรับว่าวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เข้าไปหารือกับพระพุทธะอิสระจริง และวันนี้จะหารือกับพระเมธีธรรมาจารย์ แต่ขอชี้แจงว่าไม่ได้ไปพบทั้ง 2 ท่านในฐานะผู้แทน พศ.หรือรับคำสั่งจากใครให้ไปคุยเพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง แต่ไปในนามส่วนตัว และเรื่องที่หารือนั้นเพื่อขอรับทราบความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ) กล่าวภายหลังจากพระพุทธะอิสระประกาศจะนำรายชื่อ 2 แสนชื่อ ยื่นถอดถอนตนออกจากตำแหน่งรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มจร และยุบ พศ.ทิ้ง ว่า ตนข้อท้าดีเบต 1 ต่อ 2 กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ใน 4 ประเด็น คือ

1.เรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตให้พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ปาราชิก

2.เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

3.เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และ

4.เรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ สาเหตุที่ท้าดีเบต เพราะอยากเคลียร์ทุกประเด็นให้จบ และอยากขอดูหลักฐานเพื่อประกอบเรื่องต่างๆ ที่พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ออกมาแย้งด้วย

ที่มา : matichon