งามไส้!! ประธานบริษัท Swiss ถูกแท๊กซี่ไทยฟันค่าโดยสารจากสนามบินสุวรรณภูมิไปสาทร 6,000 บาท

29-3-59-18

วันนี้ President มาจาก Swisszerland ถึงสุวรรณภูมิ ก่อนเวลานัดหมายหลายชม. จึงแนะนำให้เรียกแท๊กซี่ที่สนามบิน เนื่องจาก 2 ท่านมาเมืองไทยครั้งแรก และขึ้นรถ Taxi เขียวเหลือง จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงโรงแรม W สาทร เวลา 11.51am. และแจ้งเรียกค่าโดยสาร 6000 บาท (หกพันบาท) โดยไม่กดมิเตอร์

คนต่างชาติไม่อยากมีเรื่องจึงจ่ายเงิน และไปแจ้ง รร. พอดีเราไปถึงพอดี เขาบ่นกับเราว่า Up Set มาก เคยมีคนเตือนแล้วแต่ไม่คิดจะเกิดกับตนเอง ผมถามถึง กท.รถ แต่ตอบไม่ได้ จึงขอให้รร. ดูกล้อง CCTV

ผมเริ่มโทรไปแจ้งตำรวจท่องเที่ยว 1155 หวังว่าจะมาดูแลแขกต่างชาติ แต่บอกมาไม่ได้ ให้ไปแจ้งสน.ท้องที่เอง ผมเลยแจ้งที่ จส.100 และ สนามบินสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ให้แจ้งที่ 1584 กว่า จะแจ้งได้ ก็ปาไปกว่า ครึ่งชม.

ส่วนภรรยาพยายามติดต่อรร. ให้ช่วย เจ้าหน้าที่ รร. ดับเบิ้ลยู ต่างหดหู่กับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่ แท๊กซี่ไทยทำเอาขายขี้หน้า

ความรู้สึกตอนนั้น โกรธมาก เหมือนโดนฝรั่งตบหน้า เขาได้แต่บ่นว่าไม่น่าทำกับเขาเช่นนี้ เขาจะกลับไปบอกเพื่อนๆที่ สวิสต์เซอร์แลนด์

29-3-59-18 2

เราคนไทยอายแทน มันฉีกหน้าความเป็นสยามเมืองยิ้มมากๆ หน่วยงานเดียวที่ดีสุดคือเอกชน คือตัวแทนรร. รีบให้เจ้าหน้าที่ W สุวรรณภูมิ ไปดู โชคดี รร.ลงไปเล่นเองที่ บริเวณจุดจอดรถ แท๊กซี่ และเจอรถ Taxi คันดังกล่าว จึงรี่เข้าคุย และคงขู่ว่าจะแจ้งความเอาถึงที่สุด ฝ่าย รร.โทรมาสอบถามว่า แขกจ่ายเงินไปเท่าไหร่ ได้รับคำตอบว่า 6000 บาท โชเฟอร์จึงยอมคืนเงินให้ 5400 บาท

ขอบคุณ คุณสมคิด เจ้าหน้าที่รร. ดับเบิ้ลยู ขอบคุณทีมงานหน้าฟร้อนท์ ทุกคน และหวังว่าเหตุการณ์ นี้จะต้องไม่เกิดกับแขกนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

ขอฝากไปยังกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สนามบินสุวรรณภูมิ สมาคมคนขับรถแท๊กซี่ ขออย่าได้แสดงความเป็นโจร นักต้มตุ๋น หากินกับ นักท่องเที่ยวอีกเลย ฝ่ายหนึ่งเร่งสร้างให้ต่างชาติมาไทย ส่วนคนไทยแท้ๆ จ้องจะฟันแขกต่างชาติเขา ระวังกรรมจะตามทัน

ตอนเย็นไปส่ง แขกที่รร.และได้รับเงินคืน เขาดีใจมาก และไม่ติดใจ และผมจึงมอบเงินรางวัล 1 พันบาทเป็นน้ำใจ สำหรับคุณสมคิด ที่เสียเวลา โทรขอบคุณเขา อย่างน้อยก็รักษาหน้าป.ไทยไปได้อีก 1 เคส

เหนื่อยใจ กับคนไทยในคราบโจร

ตอนนี้ กรมขนส่งทราบเรื่องแท๊กซี่นี้แล้ว เขาจะเรียกตัวไปสอบสวน และทำทัณบนต์

ที่มา : postjung

“เมธาพันธ์” ของขึ้น!! ท้าดีเบต “พุทธะอิสระ-ไพบูลย์” จบปัญหาตั้ง “สังฆราช-ปฏิรูปพุทธ”

29-3-59-02

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ.ได้มอบให้ตนไปหารือระหว่างพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ฝ่ายต่อต้านการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ว่า

ยอมรับว่าวันที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้เข้าไปหารือกับพระพุทธะอิสระจริง และวันนี้จะหารือกับพระเมธีธรรมาจารย์ แต่ขอชี้แจงว่าไม่ได้ไปพบทั้ง 2 ท่านในฐานะผู้แทน พศ.หรือรับคำสั่งจากใครให้ไปคุยเพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง แต่ไปในนามส่วนตัว และเรื่องที่หารือนั้นเพื่อขอรับทราบความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย

นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ) กล่าวภายหลังจากพระพุทธะอิสระประกาศจะนำรายชื่อ 2 แสนชื่อ ยื่นถอดถอนตนออกจากตำแหน่งรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มจร และยุบ พศ.ทิ้ง ว่า ตนข้อท้าดีเบต 1 ต่อ 2 กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ใน 4 ประเด็น คือ

1.เรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตให้พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ปาราชิก

2.เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

3.เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และ

4.เรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ สาเหตุที่ท้าดีเบต เพราะอยากเคลียร์ทุกประเด็นให้จบ และอยากขอดูหลักฐานเพื่อประกอบเรื่องต่างๆ ที่พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ออกมาแย้งด้วย

ที่มา : matichon

แท็กซี่กตัญญู ถูกโจรปล้นหมดตัว ครวญเงินเตรียมไว้ให้พ่อก็เอาไปด้วย

17-3-59-09

วันที่ 16 มี.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.สุธรรม ชมพู สวป.สน.สายไหม พร้อมเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.สายไหม ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ ก็ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนและมีดชิงทรัพย์รถแท็กซี่ ภายในซอยพหลโยธิน 56 ถนนพหลโยธิน แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนายชัยณรงค์ เวียงอินทร์ อายุ 40 ปี ชาวร้อยเอ็ด โชเฟอร์แท็กซี่ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน ทส 2198 กรุงเทพมหานคร ยืนรอเจ้าหน้าที่ พร้อมให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 21.00 น.ที่ผ่านมา ตนได้รับคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน มาจากหมุ่บ้านฟ้าคราม คลองสอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยคนแรกรูปร่างอ้วน ใส่เสื้อยืดสีเทา เปิดประตูมานั่งคู่กับตนที่ด้านหน้า ส่วนอีกคนรูปร่างผอม ไว้หนวดเครา ใส่เสื้อสีดำนั่งอยู่ด้านหลัง โดยให้ไปส่งที่สนามหลวง กระทั่งมาถึงช่วงถนนพหลโยธิน คนร้ายได้ออกอุบายว่า ให้เข้าไปภายในซอยพหลโยธิน 56 เพื่อจะแวะรับเพื่อนไปด้วย

นายชัยณรงค์ ให้การต่อว่า จนมาบริเวณกลางซอยซึ่งเป็นทางเปลี่ยว คนร้ายที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ชักอาวุธปืนสีดำไม่ทราบขนาดออกมาจากเอว ก่อนพูดว่า “ขอตังค์ใช้หน่อย” ส่วนอีกคนก็ใช้มีดจี้ที่คอ ด้วยความกลัวตนจึงหยิบเงินในกระเป๋าเสื้อประมาณ 2,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือไอโฟน 4 ส่งให้คนร้ายไป คนร้ายยังพูดต่อว่า “มีแค่นี้หรอ ส่งมาให้หมด อย่าให้กูค้นนะ” พร้อมกับเอาปืนมาจ่อที่หัว ด้วยความกลัวจึงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงที่มีอยู่ประมาณ 1,000 บาท ให้ไปอีก แล้วก็ถูกบังคับตนลงจากรถ ก่อนที่คนร้ายจะขับรถแท็กซี่ของตนหลบหนีไปด้วย

“รถคันดังกล่าวผมเช่ามากะละ 500 บาท โดยจะขับตั้งแต่เวลา 17.00-05.00 น. ซึ่งผมยังไม่มีครอบครัว ก็มีเพียงแต่พ่อที่แก่แล้วเท่านั้น และพักอยู่ที่บ้านในจ.ร้อยเอ็ด ที่ผ่านมาหลังจากขับรถแท็กซี่หาเงินได้ในแต่ละวัน ผมก็จะเก็บหอมรอมริบส่งให้พ่อใช้เดือนละ 2-4 พันบาทมาโดยตลอด มีมากก็ส่งให้มาก มีน้อยก็ส่งให้น้อย และวันนี้เงินที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ ผมก็กำลังจะเตรียมเก็บไว้โอนให้พ่อใช้ แต่ก็ถูกคนร้ายมาเอาไป ซึ่งที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยปฎิเสธรับผู้โดยสารเลยสักครั้ง ใครว่าจ้างให้ไปไหนก็ไป แท็กซี่คันไหนไม่ไปส่ง ผมก็จะไปส่งเอง แต่ก็ดันมาเจอกับเรื่องแบบนี้ได้” นายชัยณรงค์ กล่าวทั้งน้ำตา

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้วิทยุสกัดจับคนร้าย ตามเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี แต่ยังไร้วี่แวว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุและใกล้เคียงแล้ว เพื่อใช้เป็นเบาะแสติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา : khaosod

โจรใต้ป่วนหนัก รฟท.ไม่หยุดเดินรถ หาดใหญ่ระดมตรวจเข้ม

รถไฟใต้1

รฟท.ยังเปิดเดินรถไฟสายใต้ตามปกติ หลังเกิดเหตุวางระเบิดใกล้สถานีโต๊ะเด็ง จ.นราธิวาส ชุมทางหาดใหญ่ตรวจเข้ม ผ่านทั้งเครื่องสแกนและเอกซเรย์ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงลงคุมพื้นที่เสี่ยง เผย เม.ย. ยังมีวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์อีก 3 วัน…

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 59 บรรยากาศที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ยังคงเปิดเดินรถตามปกติทุกขบวนในเส้นทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงแม้ในช่วงเช้าวันนี้จะเกิดเหตุระเบิดใกล้สถานีโต๊ะเด็ง จ.นราธิวาส โดยมีเพียงขบวนเดียวที่ต้องกักไว้ที่สถานีบูกิต คือ ขบวนท้องถิ่นที่ 453 ยะลา-สุไหงโก-ลก เพื่อให้ทหารเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ ได้เพิ่มความเข้มในการตรวจผู้โดยสารบริเวณทางเข้าสถานี โดยผ่านเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบวัตถุระเบิด อาวุธปืน และวัตถุต้องสงสัย เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ การรถไฟจะทยอยติดตั้งเครื่องสแกนและเครื่องเอกซเรย์ทั้งหมด 27 สถานีในพื้นที่ จ.สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อดูแลความปลอดภัยในระดับสูงสุด

รถไฟใต้2

เอ็กเรย์ เข้มข้น…

ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใน จ.สงขลา ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ยังคงคุมเข้มพื้นที่เสี่ยงทั้ง 7 อำเภอของ จ.สงขลา ทั้ง อ.เมือง, อ.หาดใหญ่, อ.สะเดา, อ.จะนะ, อ.เทพา, อ.นาทวี และ อ.สะบ้าย้อย หลังเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อคืนนี้จนถึงช่วงเช้า โดยเฉพาะ 2 เดือนอันตรายช่วงมีนาคมและเมษายน ตรงกับวันสำคัญเชิงสัญลักษณ์ถึง 4 เหตุการณ์คือวันครบรอบ 56 ปี วันสถาปนาบีอาร์เอ็น หรือขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายู 13 มีนาคม, วันจัดทำธรรมนูญของขบวนการเบอร์ซาตู 26 เมษายน, วันกบฏดุซงญอ ระหว่าง 25-28 เมษายน, เหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ในวันที่ 28 เมษายน

ทางด้านนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ถึงสถานการณ์ความไม่สงบ หลังเกิดเหตุผู้ก่อความไม่สงบ ป่วนพื้นที่ใกล้ทางรถไฟหลายจุดว่า วันนี้ให้บริการเดินรถเป็นปกติ ไม่มีการปรับเปลี่ยนหรือหยุดขบวนแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีเหตุการณ์รุนแรง หรือปะทะกันก็อาจจำเป็นต้องหยุด เนื่องจากมีผู้โดยสารหลายร้อยคนต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสาร

รถไฟใต้3

จนท.การรถไฟตรวจเข้ม สถานีรถไฟ 3 จว.ชายแดน หลังเกิดเหตุป่วนหนัก เมื่อคืนต่อเนื่องถึงเช้า

“ผู้โดยสารยังคงมาใช้บริการตามปกติ ไม่ได้กลัวหรือกังวลมากนัก เนื่องจากเป็นชาวบ้านในพื้นที่ค่อนข้างชินกับเหตุการณ์อยู่แล้ว” นายทนงศักดิ์ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

สั่งเปิดตู้เซฟปริศนา หนักอึ้ง! พบโยนทิ้งในป่า 4 วัน ไม่มีเจ้าของ

ตู้เซฟ

ผู้การเชียงใหม่ รุดดูตู้เซฟเหล็กอย่างดีหนักอึ้ง ต้องใช้ ตร.5 นาย ยกมาใส่กรงเก็บที่โรงพักสันกำแพง หลังมีชาวบ้านไปพบถูกทิ้งในป่า ยังไม่ถูกเปิด แจ้งตามหาเจ้าของมา 4 วันแล้วยังเงียบ เลยตั้งกก.ร่วมกับปลัด เปิดดูให้รู้ว่าข้างในมีอะไร…

จากกรณีเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.อนุรัตน์ กิจประเสริฐ ผกก.สภ.สันกำแพง เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจาก นายนิคม ยะคำ กำนันตำบลออนใต้ ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง ว่ามีคนร้ายนำตู้เซฟนิรภัยสีเทา ยี่ห้อ TAIYO ขนาดกว้าง 30 ซม.สูง 40 ซม.ยาว 50 ซม. มาทิ้งที่ป่าอ่างน้ำห้วยลาน บ้านห้วยลานหมู่ 8 ต.ออนใต้ อ.สันกำแพง

ต่อมา พ.ต.อ.อนุรัตน์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภิชณุ แก้วยอด สวป. ร.ต.ท.สุเทพ มูลทสิน รอง สว.สส.ได้นำกำลังชุด ไปตรวจสอบ พบตู้เซฟนิรภัยดังกล่าววางอยู่ในป่า และยังไม่ถูกเปิด คาดว่าคนร้ายขโมยมาแต่เปิดตู้เซฟไม่ได้ จึงนำมาโยนทิ้งไว้ ทางตำรวจจึงนำมาไว้ที่ในห้องขัง สภ.สันกำแพง พร้อมลงบันทึกประจำวันเอาไว้ โดยต้องใช้ตำรวจถึง 5 นายยกขึ้นรถนำมาเก็บเพราะหนักมาก พร้อมประสานไปทาง สภ.บ้านธิ จ.ลำพูน และสภ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตติดต่อ เพื่อหาเจ้าของตู้เซฟดังกล่าว แต่หลายวันผ่านไป ก็ยังไม่มีคนมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 มี.ค. พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.เชียงใหม่ ได้เดินทางไปตรวจดูตู้เซฟนิรภัย ที่ถูกนำมาวางภายในห้องขัง สภ.สันกำแพง โดยมี พ.ต.อ.อนุรัตน์ กิจประเสริฐ ผกก.สภ.สันกำแพง พ.ต.ท.เดช จูเมา รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.บุญรักษ์ คำประพันธ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ภิชณุ แก้วยอด สว.ป.และชุดสืบสวน ต้อนรับ รายงานความเป็นมา ที่มาที่ไปของการพบตู้เซฟปริศนาดังกล่าว

พล.ต.ต.มนตรี เผยว่า ตู้เซฟนี้พบมาหลายวันแล้ว แต่ยังไม่มีใครมาแจ้งความเป็นเจ้าของ จึงได้สั่งการให้ทาง ผกก.เจ้าของพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งคณะกรรมการร่วมกับปลัดอำเภอฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบพร้อมกัน โดยเชิญช่างที่ชำนาญการเรื่องของตู้นิรภัย มาเปิดดูว่าข้างในตู้นี้มีทรัพย์สินอันมีค่าอะไรหรือไม่ และอาจจะรู้ด้วยว่าตู้เซฟนิรภัยนี้เป็นของใคร ซึ่งได้สั่งให้ทาง ผกก.ดำเนินการอย่างเร่งด่วน และโปร่งใส.

ที่มา>>>Thairath

จนท.ไล่ล่า!! รถประกบหน้า-หลัง สกัดจับ ‘ร.ต.ท.’ ตร.กัมพูชา สัตว์ป่าสงวนเต็มคัน

11-3-59-15

เมื่อกลางดึกวันที่ 11 มี.ค. พ.ต.อ.กลยุทธ ด่อนแผ้ว ผกก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ โพธิราช สว.กก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี ว่า จะมีขบวนการค้าสัตว์ป่าสงวนจากกรุงเทพฯ ใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฒร 2621 กรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางด่วนกาญจนาภิเษก บางขุนเทียน มาลงช่องทางบางนา เข้าอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และเข้าสายถนนสาย 359 เขาหินซ้อน-สระแก้ว มุ่งหน้าจังหวัดสระแก้ว

ผกก.สส.ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ โพธิราช พ.ต.ท.สมพงษ์ ศิลาวงษ์ ประชุมวางแผนเพื่อดักจับรถคันดังกล่าว โดยใช้รถยนต์กระบะ 2 คัน ในการประกบด้านหน้า ส่วนรถตามท้ายเป็นรถยนต์เก๋งของ พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ โพธิราช ดักซุ่มรอรถเป้าหมายอยู่ที่บริเวณตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา และเพื่อให้สามารถติดตามรถคันดังกล่าวได้อย่างใกล้ชิด จึงได้จัดชุดจักรยานยนต์เพื่อตามประกบอีกด้วย

หลังจากวางแผนขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จึงให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุด จนกระทั่งได้พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าววิ่งผ่านจุดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซุ่มอยู่มาด้วยความเร็วสูง พ.ต.ท.วชิรพันธุ์ จึงได้วิ่งติดตามพร้อมวิทยุให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าวิ่งประกบหน้า พร้อมมีรถยนต์เก๋งประกบท้าย จนไปถึงบริเวณสี่แยกกรอกสมบูรณ์ หมู่ที่ 1 ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้แสดงตัว ขอทำการตรวจค้น

จากการตรวจค้น พบผู้ต้องสงสัยมาในรถจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายนิรันดร์ จันมะลิ อายุ 29 ปี อยู่ หมู่ที่ 11 ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร คนขับ นายกาหลง จันมะลิ อายุ 60 ปี บิดา และ ร.ต.ท.วิเชกา อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา และจากการตรวจค้นพบเต่าดำ 4 ตัว เต่าหวาย 3 ตัว เต่านา 40 ตัว ตะพาบ 8 ตัว คิดเป็นมูลค่ารวม 18,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางมาทำการตรวจสอบ พร้อมติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี มาทำการรับมอบ เพื่อนำไปเก็บที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง จังหวัดนครนายก

11-3-59-15 2สอบสวนทราบว่า ร.ต.ท.วิเชกา ได้เดินทางเข้ามาทางด่านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เข้าไปหาซื้อสัตว์สงวนทั้งหมดจากแหล่งค้าสัตว์ป่าต่างๆ ในกรุงเทพฯ ทั้งสวนจตุจักร รวมทั้งตามบ้านของชาวบ้าน เมื่อได้สินค้าตามต้องการ จึงได้ว่าจ้างรถของนายกาหลง ในราคา 7,000 บาท เพื่อบรรทุกของกลางไปส่งที่บริเวณอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้เสียก่อน

โดยทางเจ้าหน้าที่ตั้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันมีไว้ในการครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 19 ร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง มาตรา 20 ร่วมกันกระทำทารุณสัตว์ มาตรา 381” เพื่อส่งตัวดำเนินคดีต่อไป

ที่มา : khaosod

พีคสุดๆ ของติ่งEXO คุ้ยถังขยะเพื่อสิ่งนี้

new9-2-0903

‪#‎ติ่งโพสดีใจ‬ หลังคุ้ยถังขยะเจอทิชชูใช้เเล้ววง Exo เตรียมนำมาอมต่อ!!
‪#‎ขอบคุณคนที่เเจ้งข่าวด้วยจ้า‬

new9-1-0903

ที่มา postjung

แชร์สนั่น! “คุณลุง” แบกขยะกว่า 20 โล ไปขาย หวังเงินเพียง ได้วันละไม่ถึง 10 บาท

เป็นเรื่องราวที่มีการแชร์อย่างมากในโลกโซเชียล สำหรับเรื่องราวของคุณลุงท่านหนึ่ง ที่ทำอาชีพเก็บขยะขาย โดยที่คุณลุงหวังเพียงแค่เงินจำนวนน้อยนิด เพื่อนำมาประทังชีวิต

26-2-59-15

โดยทางด้าน @บอลพาเที่ยว Backpacker Ball ได้โพสต์ไว้ว่า…

26-2-59-15 2

“ผมได้เจอลุงเนตร ลุงแก่ ๆ แบกถุงขยะหนักเกือบ 20 กิโล ร่างกายซูบผอม ผมจึงแวะพูดคุยจนพบว่าลุงไม่มีลูก เก็บขยะขายได้อาทิตย์ละ 50-100 บาทเท่านั้น (น้อยกว่าเงินที่แฟนผมเคยใช้เงินในร้านกาแฟบางร้าน) ผมจึงมอบเสบียงแทบทุกอย่างที่ผมมี เพื่อให้ลุงได้นำไปรับประทาน รวมทั้งมอบเงิน 100 บาทที่แฟากทำบุญให้กับคุณลุงด้วย จึงขอขอบพระคุณผู้ให้ทุกท่านที่ได้มอบเสบียงเหล่านี่มาให้ผม หากไม่มีพวกท่าน ผมก็ไม่มีโอกาสในการทำตัวเป็นสะพาน ส่งของเหล่านี่ให้คุณลุง ขอให้ทุกท่านได้ภูมิใจในการเป็นผู้ให้ เพื่อให้คนยากไร้มีความสุข

ดังนั้น..ต่อไปนี่ ผมจะขอรับอาหาร สิ่งของ (ไม่รับเงิน) โดยผมจะเก็บไว้ทานเองแค่ 1 ชิ้น เพื่อทานแค่ 1 มื้อตามเจตนาที่เพื่อน ๆ อยากมีส่วนผลักดันผมให้สำเร็จตามฝันที่ได้ตั้งใจ ส่วนที่เหลือ ผมจะนำไปให้คนเก็บขยะผู้ยากไร้ระหว่างทางที่ผมเจอ จึงขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี่ด้วยครับ”

ที่มา – naarn

กาชาดแจง! ข่าวบริจาคเลือด ได้สิทธิรักษาฟรี

จากกรณีที่มีกระแสสังคมออนไลน์แห่แชร์ข้อความเกี่ยวกับการบริจาคเลือดว่า หากบริจาคเกิน 24 ครั้ง จะได้รับการรักษาฟรี เหมือนข้าราชการ ที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด (9 ก.พ. 59) ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า …

“ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอชี้แจงเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาลสำหรับผู้บริจาคโลหิต โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา (รายละเอียดตามแนบ) ประกาศ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559″

อ่านเพิ่มเติม กาชาดแจง! ข่าวบริจาคเลือด ได้สิทธิรักษาฟรี

สุรชัย สมบัติเจริญ ไม่ยอมแก่ ควักเงินเสริมเหล่อขอหนุ่มอีกครั้ง

สุรชัย สมบัตืเจริญ

   สุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่ง ดังควักเงินร่วมล้านผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า ขอกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง หวังมอบเป็นของขวัญแฟนเพลง

   ความสวยความหล่อคงไม่มีใครอยากให้กาลเวลาพรากไปจากตัวเรา ไม่เฉพาะแต่ผู้หญิงแต่ล่าสุดมีกระแสข่าวฮือฮาว่าลูกทุ่งดังวัย 60 ปี “สุรชัย สมบัติเจริญ” ยอมควักเงินร่วม 7 หลักเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้ดูหนุ่มขึ้น

โดยนักร้องลูกทุ่งคนดัง เผยว่าสาเหตุของการยอมเสียเงินเปลี่ยนตัวเองในครั้งนี้เป็นเพราะกำลังมีผลงานใหม่ จึงได้ยอมเสียตังเจ็บตัวให้เข้ากับอัลบัมแม้ว่าเคยปฏิเสธเรื่องศัลยกรรมมาตลอด ขณะเดียวกันนอกจากจะทำให้ตัวเองดูดีแล้ว ยังเป็นของขวัญให้กับแฟนเพลงที่เห็นเรากลับมาหนุ่มอีกครั้งด้วย

สำหรับการศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าในครั้งนี้ ทางศัลยแพทย์เผยว่า จะทำการผ่าตัดทั้งใบหน้า ตา คิ้ว คาง คอ ไปจนถึงศัลยกรรมกล้ามเนื้อให้ตึง ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้หนุ่มขึ้นได้