โจ๋ชะตาขาดดับ 2 ศพ!ซิ่งจยย.ไปไม่ถึงคอนเสิร์ต พุ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อยจอดเสียเจ็บอีก 1

         เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ร.ต.อ.พิชิตชัย รูปคม รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 7 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้ได้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนสายบ้านต้อง-นาแก พื้นที่บ.ฝั่งแดง ต.ฝั่งแดง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพ 1669 ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม อบต.ฝั่งแดง นาวาธาตุพนม และกู้ภัยนครพนม

ที่เกิดเหตุบริเวณหลัก กม.ที่ 18 ฝั่งมุ่งหน้าไปยังตัว อ.ธาตุพนม พบรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว ทะเบียนหัวลาก 80-8793 นครพนม ทะเบียนลูกพ่วง 80-8792 นครพนม ท้ายรถบรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ จอดเสียอยู่ริมไหล่ทางในสภาพยางหลังซ้ายลูกพ่วงแตก 2 เส้น แต่ไม่พบคนขับ ถัดไปพบรถบรรทุกพ่วงอีกคัน ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนหัวลาก 80-3270 อำนาจเจริญ ทะเบียนลูกพ่วง 80-6146 อำนาจเจริญ ทราบชื่อคนขับคือนายสำราญ จวบบุญ วัย 37 ปี ชาวอ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

ตรวจสอบท้ายรถบรรทุกพ่วงคันที่ 2 พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน กษษ 206 สุพรรณบุรี ล้มคว่ำสภาพพังเสียหาย ส่วนคนขับรถทราบชื่อนายลิขิต หลวงวิเศษ อายุ 25 ปี คนซ้อนเสียชีวิต อีกรายทราบชื่อนายทวีศักดิ์ บริบูรณ์ อายุ 19 ปี ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย เป็นชาวต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม สภาพศพมีบาดแผลเหวอะหวะ ตั้งแต่ลำคอและศีรษะ เลือดไหลนองทั่วพื้น

นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์อีกคัน ยี่ห้อฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 สีแดงดำ ไม่ติดป้ายท้ายทะเบียน ล้มคว่ำเสียหายเล็กน้อย ส่วนคนขับและคนซ้อนไม่ทราบชื่อ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม

สอบสวนนายจักรกฤษณ์ น้องชาย ผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพากันขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจาก ต.บ้านแก้ง อ.นาแก เพื่อจะไปดูคอนเสิร์ตวงมหาหิงค์ในงานนมัสการพระธาตุพนม โดยขี่มาด้วยกัน 3 คัน รวม 6 คน ขณะถึงที่เกิดเหตุพี่ชายของตนคือนายลิขิตขี่รถยี่ห้อฮอนด้าเวฟ มีนายทวีศักดิ์ซ้อนท้ายแล่นมาด้วยความเร็ว ขณะถึงที่เกิดเหตุมีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกอ้อยจอดซ้อนกัน 2 คันอยู่ริมถนน เพื่อรอช่างมาเปลี่ยนยางรถ แต่ในที่เกิดเหตุมืดมาก อีกทั้งไฟท้ายรถบรรทุกไม่ค่อยสว่าง ทำให้ผู้ตายมองไม่เห็น ก่อนพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อยทุกอย่างแรง เป็นเหตุให้เสียชีวิตคาที่ 2 ราย ส่วนอีกคันตามมาด้วยกันหักหลบทัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งสอบสวนสาเหตุให้ละเอียดให้แน่ชัดอีกครั้ง

ที่มา”khaosod

นศ.สถาบันดังสุดระทึก!! นั่งมาเต็มคัน คนขับวูบ-รถบัสพลิกคว่ำ ไถลชนยับร้านของที่ระลึก

           เวลา 04.00 น. วันที่ 22 ธ.ค. ร.ต.อ.จักรพงษ์ ใจนักรบ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถบัสเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงประสานหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานและเจ้าหน้าที่ป้องกันอบต.อ่างทอง ร่วมตรวจสอบ ในที่เกิดเหตุ บนถนนสายพหลโยธิน ขาล่อง บ้านมอกล้วยไข่ หมู่ที่ 2 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร (สถานที่ขายของที่ระลึก อาทิ กล้วยไข่ แปรรูปต่างๆ ของจังหวัดกำแพงเพชร)

201612220809042-20060918103709

ที่กลางถนนพบรถบัส ยี่ห้อ นิสสัน สีขาวแดง หมายเลขทะเบียน 30-0353 สุพรรณบุรี พลิกคว่ำตะแคง สภาพรถด้านหน้ากระจกแตก และมีน้ำมันของรถบัส รั่วไหลเป็นจำนวนมาก จึงต้องรีบพากันขนย้ายผู้โดยสาร พร้อมกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ออกจากที่เกิดเหตุ ที่ริมถนนข้างทางดังกล่าว พบผู้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส จำนวน 4 คน และบาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวน 20 คน หน่วยกู้ภัยฯ จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อให้แพทย์รักษาต่อไป

201612220809043-20060918103709201612220809049-20060918103709201612220809047-20060918103709

ส่วนที่บริเวณข้างทาง พบร้านจำหน่ายของที่ระลึก ตุ๊กตาปูนปั้น ได้รับความเสียหาย ตุ๊กตาปูนปั้นถูกรถชนแตกกระจาย ด้านนายบรรเจิด บุญจันทร์ อายุ 42 ปี อยู่หมู่ 3 ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เป็นคนขับรถบัส เปิดเผยกับ “ข่าวสด” ว่า มีรถบัสที่มาด้วยกันทั้งหมด 4 คัน นำนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเหล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง จำนวน 160 คน ไปออกค่ายอาสาที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นออกเดินทางกลับในช่วงเวลา 14.00 น. ที่ผ่านมา เมื่อมาถึงในที่เกิดเหตุ ตนเองรู้สึกวูบนิดหน่อย และตกใจเมื่อเห็นว่ารถเสียหลักกำลังตกข้างทางในฝั่งซ้าย ตนจึงหักพวงมาลัยไปทางขวา จากนั้นรถก็จะชนขอบทางด้านขวา ตนจึงหักพวงมาลัยมาด้านซ้ายอีกครั้ง เป็นจังหวะรถลงเนิน จึงทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคงคว่ำดังกล่าว

201612220809045-20060918103709201612220809044-20060918103709

201612220809041-20060918103709201612220809046-20060918103709

 ที่มา:khaosod

สุดระทึกอีก รถทัวร์เบรกค้าง!! รถบัสพนง.ขายไปรับเข็มประจำตำแหน่งเสยโครม เกือบ100ชีวิตบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 14 ธ.ค. ร.ต.อ.ไกรสิทธิ์ เพชรคีรี พนักงานสอบสวน สภ.บ้านในหูต อ.หลังสวน จ.ชุมพร รับแจ้งอุบัติเหตุ บนถนนเอเชีย 41 หลัก กม.ที่ 545 หมู่ที่ 11 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปหลังสวน หน่วยกู้ภัย อ.ละแม กำลังตำรวจ จาก สภ.หลังสวน สภ.ทุ่งตะโก รถพยาบาล รพ.หลังสวน ระดมกำลังไปยังจุดเกิดเหตุ

201612140802282-20021126153922

ที่เกิดเหตุบนถนนสายเอเชีย 41 ในช่องทางขาขึ้น กทม. พบรถบัสโดยสารแบบเหมายี่ห้อสแกนเนีย สีแดง สองชั้น ทะเบียน 30-1795 กระบี่ ด้านหน้าชนปะทะอัดติดกับท้ายรถบัสโดยสาร 2 ชั้น ยี่ห้อเบนซ์ ทะเบียน 15-5924 กทม. ของ บริษัทศรีสุเทพทัวร์ วิ่ง ระหว่าง กทม.-สุราษฏร์ ในช่องทางด้านขวาของถนน ผู้โดยสาร จำนวน 80 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 77 คน ได้รับบาดเจ็บมาก 3 คน แต่ไม่ถึงขั้นสาหัส หน่วยกู้ภัย ทั้ง 3 หน่วย และ จนท.พยาบาล รพ.หลังสวน ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ ตรวจสอบอาการ ไม่มีใครต้องไปรับการรักษาตัว ที่ โรงพยาบาล จึงให้รอรถโดยสารมาขนถ่ายผู้โดยสารต่อไป

201612140800241-20021126153922201612140802281-20021126153922

สอบสวน นายประเวช ลาดนาเลา อายุ 42 ปี อยู่หมู่ที่ 2 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ คนขับรถบัสเหมาคัน ทราบว่า รับผู้โดยสาร จาก จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพนักงาน ของบริษัท ฮาร์โมนี่ เอ็นเตอร์ไพรส์จำกัด เป็นบริษัท ขายตรงประเภทอาหารเสริม นำพนักงาน ทั้ง 38 คน ไปรับเข็มประจำตำแหน่ง หัวหน้าทีมในภาคใต้ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ กำลังวิ่งในช่องขวาสุด ตามหลังรถทัวร์ศรีสุเทพทัวร์ ที่มีนายเล็ก ละอองนวล อายุ 63 ปี อยู่หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นคนขับ นำผู้โดยสาร จาก จ.สุราษฏร์ธานี จำนวน 42 คนมุ่งหน้า กทม.

201612140802284-20021126153922

โดยรถทัวร์คันหน้า เกิดเบรกกะทันหัน ทำให้หยุดรถไม่ทัน เนื่องจากเบรกของรถเกิดค้างขึ้นมากะทันหัน โดยพยายามเบี่ยงหลบ แต่ไม่ทัน จึงพุ่งเข้าชนท้ายรถทัวร์ แบบเต็มๆ ทำให้ผู้โดยสาร ทั้ง 2 คัน ได้รับบาดเจ็บ รีบวิ่งลงไปรอด้านล่างรถกันอย่างโกลาหล เนื่องจาก ทั้ง 2 คัน บรรทุกผู้โดยสารมาเต็มคัน อุบัติเหตุดังกล่าว ทำให้การจราจรขาขึ้น กทม. ติดกันยาวเหยียดหลาย กม. นานนับ ชม. ตำรวจจึงได้ควบคุม คนขับรถทั้ง 2 คันไปสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา:khaosod